ข่าวออกอากาศวันที่ ๑o ก.ค.๕๕
Thairadiofm1063
รายการย้อนหลัง
มส.มอบ 40 ล้านเข้าทุนเล่าเรียนหลวงกก.โครงการฯเผย จัดเพิ่มถวายทุนพระ-เณร
                   ที่ตำหนักสมเด็จ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เมื่อเวลา 13.30 น. วานนี้ (10 ก.ค.) มีการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.) โดยก่อนการการประชุม สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติสมเด็จพระสังฆราช ได้มอบเงินจากโครงการทอดผ้าป่ามหากุศล งวดแรก เป็นจำนวนเงิน 40 ล้านบาท เพื่อสมทบทุนโครงการทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย โดยมีนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะกรรมการโครงการทุนเล่าเรียนหลวงฯเป็นผู้รับมอบ
      สมเดจพระพุทธชินวงศ กรรมการมส. เจาอาวาสวัดพิชยญาติการาม ในฐานะประธานกรรมการเผยแผพระพุทธศาสนาแหงชาติ กลาววา โครงการทุนเลาเรียนหลวงสำหรับพระสงฆไทยนัน เกิดขึนจากที พระบาทสมเดจพระเจาอยูหัวทรงพระอนุสรณคำนึงถึงวา
โดยทีพระภิกษุสามเณรเปนผูมีหนาทีปฏิบัติตามพระวินัยโดยเครงครัดและธำรงรักษา ตลอดจนเผยแผพระธรรมคำสอนแกประชาชนทัวไป  อันเปนการสรางความสงบรมเยนใหเกิดขึนแกสังคม ประเทศชาติและแกโลก ถาหากพระภิกษุสงฆและสามเณรมีโอกาสไดรับการศึกษาพุทธธรรมในขันสูง สามารถคนควาและทำความเขาใจพระไตรปิฎกอยางแตกฉาน จะสามารถเขาถึงแกนแทของพุทธพจนนีไดดวยตนเอง และนำไปปฏิบัติอยางถูกตองจนบรรลุธรรม แลวนำไปสังสอนพุทธบริษัทตอไปไดอยางไมผิดเพียน การบำรุงพระภิกษุสามเณรดวยวิธีการนี จึงเปนทางสำคัญทีจะชวยจรรโลงและเผยแผพระพุทธศาสนาสืบไป ดังนัน มส.จึงมอบหมายใหอาตมาพรอมดวยคณะสงฆชวยดำเนินการระดมทุนจากพุทธศาสนิกชน จัดทอดผาปาสามัคคี กองละ1,000 บาท จำนวน 84,000 กอง โดยเริมตังแตวันที 5 ก.พ. ทีผานมา ไดเงินมารวมทังสิน 40 ลานบาท จึงจัดใหมีพิธีมอบเงินดังกลาวใหแกโครงการทุนเลาเรียนหลวงฯ ตอไป อยางไรกตาม การทอดผาปาครังนีจะสินสุดโครงการในปลายปี 2555 พุทธศาสนิกชนทานใดทีสนใจจะรับเปนเจาภาพกองผาปากองละ 1,000 บาท สามารถสอบถามไดที โทร.0-2861-5430 และ 0-2861-5425 หรือติดตอไดทีเจาคณะจังหวัดทุกจังหวัด
                 ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 28 พ.ค. พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปยังศาลาอเนกประสงค์สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการาม ทรงเป็นประธานงานทอดผ้าป่ามหากุศลเพื่อกองทุนเล่าเรียนหลวงสำหรับพระสงฆ์ไทย ซึ่งสมเด็จพระพุทธชินวงศ์จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในโอกาสฉลองสัมพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า รวมทั้งให้คณะสงฆ์และประชาชนได้ร่วมกันสร้างความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา นอกจากนี้ คณะผู้ตามเสด็จสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกับมูลนิธิคุณแม่คุณภาพ
                                  ด้านน.ต.เกริก ตั้งสง่า กรรมการโครงการทุนเล่าเรียนหลวงฯ กล่าวว่า กำหนดการมอบทุนเล่าเรียนหลวงฯ ในปี 2555 นี้จะมีขึ้นในวันที่ 16 ก.ค. ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งในปีนี้จะมีการมอบทุนให้กับคณะสงฆ์เพิ่มขึ้นอีก 3 ประเภท คือ 1.ทุนสำหรับพระภิกษุสามเณรที่สอบได้เปรียญธรรม 3 ประโยค โดยได้คะแนนมากเป็นอันดับที่ 1 จำนวน 23 ทุน แบ่งเป็นในแต่ละภาคของคณะสงฆ์ รวม 18 ภาค คิดเป็น 18 ทุน และในส่วนกลางอีก 5 ทุน โดยทุนนี้จะเป็นทุนสนับสนุนให้พระภิกษุและสามเณร ได้เรียนบาลีจนกระทั่งจบป.ธ. 9 ประโยค  2.ทุนสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่น 5 ทุน แบ่งเป็นแต่ละหนของคณะสงฆ์มหานิกาย 4 หน คิดเป็น 4 ทุน และของคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต 1 ทุน 3.ทุนสถาบันพระบาลีศึกษา 5 ทุน
แบ่งเป็นแต่ละหน 4 ทุน      และส่วนกลาง 1 ทุนซึ่งทุนนี้จะมีการพิจารณาสำนักเรียนบาลีที่มีคุณภาพ เช่น  โดยพิจารณาจากร้อยละของผู้ที่สอบผ่านทุกประโยครวมกัน มีการส่งสอบกระจายทุกประโยคและมีผู้สอบได้เท่าใด เป็นต้น ทั้งนี้หากการประเมินสำนักเรียนแล้วออกมาคะแนนเท่ากัน จะมีการพิจารณาจากขนาดของสำนักเรียนที่มีขนาดเล็ก และมีทุนทรัพย์น้อยให้ได้รับทุนก่อน ซึ่งการที่เพิ่มทุนทั้ง 3 ประเภทดังกล่าว เพราะต้องการส่งเสริมในเรื่องการเรียนการสอนภาษาบาลี และในเรื่องการปฏิบัติธรรม ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา   
ร่วมจัดการทอดผ้าป่ามหากุศลส่วนหนึ่งถวายสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ด้วย
อาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ ดีขึ้น แพทย์พอใจผลการรักษา ประเมินอาการทุก 4 ชั่วโมง

                10 ก.ค.55 - นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวของพระเทพวิทยาคม หรือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ เปิดเผยอาการอาพาธของหลวงพ่อคูณ ฯ ว่ามีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อย ๆ พูดคุยโต้ตอบกับแพทย์ได้ดี ไข้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีเสมหะในลำคออยู่บ้าง อาการสะอึกและไอไม่มีแล้ว เป็นผลมาจากการให้ยาปฏิชีวนะแบบเข้มข้นติดต่อกันเป็นวันที่ 3 แล้ว โดยฉีดยาเข้าทางหลอดเลือดดำแทนการฉันยา และต้องฉีดยาต่อให้ครบ 7 วัน ซึ่งผลการตอบสนองต่อยาเป็นไปด้วยดี ขณะที่หลวงพ่อคูณ ฯยังคงมีอาการอ่อนเพลียและซึมเล็กน้อย เป็นผลต่อเนื่องมาจากฤทธิ์ยา
อย่างไรก็ตามแพทย์ได้เอกซเรย์ปอดอีกครั้ง ผลปรากฏว่าอาการปอดบวมและปอดอักเสบมีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้แพทย์พอใจแนวทางการรักษามากขึ้น แต่ยังต้องเฝ้าระวังอาการแทรกซ้อนใหม่ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ถ้าหากมีปัจจัยอื่นมากระทบ ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย รวมทั้งการติดเชื้อจากบุคคลภายนอก จึงต้องเข้มงวดมาตรการงดเยี่ยม และยังไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพหลวงพ่อคูณ ฯ เกรงจะรบกวนการพักผ่อน ทั้งนี้ในภาพรวมแล้วถือเป็นสัญญาณที่ดีที่หลวงพ่อคูณ ฯเริ่มดีขึ้น แต่ทีมแพทย์ยังไม่ประมาท ต้องเฝ้ารอดูอาการอย่างใกล้ชิด โดยประเมินอาการทุก 4 ชั่วโมง




แพทย์เจาะน้ำออกจากปอดหลวงพ่อคูณ

             ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งจำวัดพักรักษาตัวที่ห้องพักผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ด้วยอาการอาพาธด้วยโรคหลอดลมอักเสบ และต่อมามีอาการแทรกซ้อนปอดอักเสบตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 10 ก.ค.2555 คณะแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา นำโดย นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ ได้ระดมคณะทีมแพทย์ พยาบาลกว่า 15 ชีวิต ได้นำเครื่องอัลตราซาวด์ รวมทั้งเครื่องมือแพทย์ต่างๆเข้าตรวจอาการหลวงพ่อคูณอย่างละเอียด โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งแต่ละคนมีสีหน้าวิตกกังวล จนทำให้ผู้สื่อข่าว และผู้ที่มาเยี่ยมหลวงพ่อคูณรู้สึกวิตกกังวลไปด้วย ภายหลังจากที่คณะแพทย์ได้ทำการตรวจเสร็จสิ้น นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด และแพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณฯ ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า คณะแพทย์ฯ ได้ทำการอัลตราซาวด์พบว่า ระดับน้ำในปอดมีปริมาณมากผิดปกติ โดยมีปริมาณน้ำอยู่ 200 ซีซี ซึ่งเกิดจากแผลเก่าโรคปอดบวมครั้งก่อน

"ดังนั้นในวันนี้คณะแพทย์จึงหวั่นว่าจะเกิดภาวะน้ำท่วมปอด จึงได้ทำการเจาะด้านหลังฝั่งขวาของหลวงพ่อคูณ เพื่อทำการดูดเอาน้ำในปอดออก ให้เหลืออยู่ในระดับปกติคือ ประมาณ 50 ซีซี และนำส่วนหนึ่งไปตรวจสอบเชื้ออย่างละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ระดับน้ำในปอดที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เกินความคาดหมายของทีมแพทย์ เพราะเกิดจากแผลเก่าที่อักเสบ จึงไม่จำเป็นต้องเจาะซ้ำ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงการรักษาจากเดิม โดยจะทำการรักษาด้วยยาอย่างเดียวก็น่าจะเอาอยู่ ซึ่งอาการเช่นนี้ถือว่าไม่วิกฤต และคาดว่าจะทำการรักษาด้วยยาเช่นนี้อีกประมาณ 2 สัปดาห์ หลวงพ่อคูณก็น่าจะมีอาการดีขึ้น ส่วนอาการโดยทั่วไปวันนี้ วัดระดับความดันโลหิตได้ 115/59 ชีพจรเต้น 70 ครั้งต่อนาที หายใจ 20 ครั้งต่อนาที และไข้ลดลงเหลือ 34.4 องศาฯ นอกจากนี้หลวงพ่อคูณยังได้มีการพูดโต้ตอบได้รู้เรื่อง จึงถือว่าอาการโดยรวมวันนี้ดีกว่าทุกวันที่ผ่านมา" นายแพทย์พินิศจัยฯ กล่าว




สำนักพุทธฯ ส่งเสริมพระพุทธศาสนา ดำเนินการให้วัดมีความสมบูรณ์ ครบถ้วนเพิ่มขึ้นกว่า ๓๐๐ วัดทั่วประเทศ

                 นายนพรัตน์  เบญจวัฒนานันท์  ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในปี ๒๕๕๕ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ดำเนินการเพื่อให้วัดมีความสมบูรณ์ ทั้งทางด้านกฎหมายและพระธรรมวินัย โดยดำเนินการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา ให้แก่วัดต่าง ๆ ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน แล้วเสร็จ จำนวน ๓๔๕  แห่ง ซึ่งวัดเหล่านี้จะเข้าพิธีรับมอบประกาศพระราชทานวิสุงคามสีมา ในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๕  ณ  วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวน ๑๗๓ วัด  และในวันที่ ๑๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕  ณ  วัดพนัญเชิงวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  จำนวน ๑๗๒ วัด  โดยมีสมเด็จพระพุฒาจารย์  ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช  เป็นประธานในพิธีมอบดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าอาวาส  ตลอดจนพุทธศาสนิกชนในการพัฒนาวัด อันเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้เจริญรุ่งเรืองสืบไป
สำหรับ วิสุงคามสีมา คือที่ดินที่แยกต่างหากจากที่ดินของบ้านเมือง เป็นเขตพื้นที่ที่พระเจ้าแผ่นดินพระราชทานให้แก่สงฆ์ เพื่อกระทำสังฆกรรมได้ตามพระธรรมวินัย  ซึ่งภายในวิสุงคามสีมานิยมสร้างอุโบสถไว้สำหรับการทำสังฆกรรมของสงฆ์ดังกล่าว  วัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา จึงเป็นวัดที่สมบูรณ์ในพระพุทธศาสนา  และเป็นวัดที่มีความมั่นคงถาวร  ซึ่งเจ้าอาวาสวัดนับเป็นผู้มีศักยภาพในการบูรณปฏิสังขรณ์และการพัฒนาวัด ให้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑ (พ.ศ.๒๕๐๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.๒๕๐๕ ข้อ ๑๑ บัญญัติไว้ว่า “วัดที่สมควรได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ต้องปรากฏว่าได้สร้างหรือได้ปฏิสังขรณ์เป็นหลักฐานถาวร และมีพระภิกษุอยู่ประจำไม่น้อยกว่าห้ารูป ติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี  แต่ระยะห้าปีมิให้ใช้บังคับแก่วัดที่สร้างอุโบสถเสร็จเรียบร้อยแล้ว”  ในการขอรับพระราชทานวิสุงคามสีมา สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จะดำเนินการขอให้กับวัดที่มีคุณสมบัติครบถ้วน  ปีละ ๖ งวด โดยรวบรวมรายชื่อวัด  แล้วเสนอขอรับพระราชทาน ๒ เดือน ต่อ ๑ งวด




เชียงใหม่ เตรียมจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ประจำปี 2555

             องค์กรที่เกี่ยวข้องทางพระพุทธศาสนาในจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดงานสัปดาห์ส่งเสริมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา ประจำปี 2555
พระเทพปริยัติ เจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในการประชุมเตรียมงานสัปดาห์ส่งเสริมวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ประจำปี 2555 ณ ห้องประชุมศูนย์เผยแพร่ธรรมจังหวัดเชียงใหม่ วัดพันอ้น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายฤทธิ์พงศ์ เตชะพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และตัวแทนผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม ซึ่งได้กำหนดงานระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม – 3 สิงหาคม 2555 โดยยึดหลัก 3 ประการเพื่อถวายเป็นพระพุทธบูชา คือละเว้นการทำความชั่วทุกอย่าง มุ่งทำแต่ความดีตามหลักอริยะมรรค 8 และทำจิตใจให้บริสุทธิ์ โดยได้กำหนดกิจกรรมต่างๆ ไว้หลากหลายกิจกรรม เพื่อเป็นการฉลองพุทธชยันตี 2600 ปีแห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
สำหรับกิจกรรมเนื่องในสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาเนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ประจำปี 2555 ของจังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 เวลา 13.00 น.มีพิธีเปิดงานและการแข่งขันตอบปัญหาธรรมะชิงโล่เจ้าพระคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯสกลมหาสังฆปริยนายกพร้อมทุนการศึกษา วันที่ 30-31 กรกฎาคม พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะของนักเรียน วันที่ 1 สิงหาคม พิธีถวายผ้าอาบน้ำฝนตามวัดต่าง ๆ วันที่ 2 สิงหาคมซึ่งเป็นวันอาสาฬหบูชา ช่วงเช้าขอเชิญพุทธศาสนิกชนตักบาตรทำบุญฟังเทศ ส่วนช่วงค่ำขอเชิญเวียนเทียนที่วัดใกล้บ้าน




จ.กาฬสินธุ์ จัดพิธีต้อนรับและฉลองพัดยศ ประกาศนียบัตร พระภิกษุสามเณร

             เมื่อบ่ายวันนี้ 10 กรกฎาคม 2555 ที่ศาลาการเปรียญวัดกลางพระอารามหลวง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ นายสมศักดิ์ สุวรรณสุจริต ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้เป็นประธานในพิธีต้อนรับและฉลองพัดยศ ประกาศนียบัตร พระภิกษุ สามเณร ที่สอบประโยคบาลี สนามหลวงได้ ประจำปี 2555 ซึ่งคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี และเพื่อเสริมขวัญกำลังใจให้แก่ผู้ใฝ่ใจศึกษาและสอบบาลีสนามหลวงได้ โดยมีพระภิกษุ สามเณร และพุทธศาสนิกชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ร่วมพิธีและร่วมแสดงมุทิตาจิตจำนวนมาก
และในโอกาสนี้ พระเทพปัญญาเมธี เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ได้มอบโล่เกียรติคุณแก่เจ้าสำนักศาสนดีแด่นและครูสอนปริยัติ แผนกบาลีดีเด่น มอบผ้าไตรจีวรแด่พระภิกษุ สามเณร ที่สอบบาลีสนามหลวงได้ และผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ถวายปัจจัยทุนรางวัลแด่พระภิกษุ สามเณร ที่สอบบาลีสนามหลวงได้นายประสงค์ จักรคำ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์กล่าวว่า ในปี 2555 สำนักเรียนคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ได้มีพระภิกษุสามเณร สามารถสอบประโยคบาลีสนามหลวงได้ จำนวน 58 รูป และได้เข้าประกอบพิธีทรงตั้งเปรียญและรับประกาศนียบัตรแล้ว เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2555 ณ วัดพระธาตุเชิงชุม จังหวัดสกลนคร โดยสมเด็จพระมหาราชมังคลาจารย์ คณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธาน ดังนั้นเพื่อเป็นการยกย่องให้กำลังใจแด่พระภิกษุสามเณรที่สามารถสอบประโยคบาลีสนามหลวงได้จึงได้จัดพิธีต้อนรับและฉลองพัดยศ ประกาศนียบัตรขึ้นดังกล่าว




ผู้นำศาสนสถาน 14 จังหวัดภาคใต้ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ตามโครงการลานบุญลานปัญญา ณ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

                     เช้าวันที่ (10 ก.ค.55) นายเชิดศักดิ์ ชูศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เกียรติกล่าวต้อนรับผู้นำศาสนสถานจาก 14 จังหวัดภาคใต้ 3 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม จำนวน 208 รูป/คน ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการลานบุญ ลานปัญญา ภาคใต้ ประจำปี 2555 ที่กรมการศาสนา ร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดขึ้น ณ โรงแรมไดมอนด์ พลาซ่า อ.เมืองสุราษฎร์ธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานโครงการลานบุญ ลานปัญญา ให้กับผู้นำศาสนสถานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปดำเนินการ โดยมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติและร่วมรับประโยชน์ อันเป็นการระดมสรรพกำลัง โดยเฉพาะผู้นำศาสนสถาน ศาสนบุคคล ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีศักยภาพในชุมชนให้มาร่วมดำเนินการเรื่องคุณธรรมจริยธรรม และมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า โดยการเป็นผู้นำในการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรม เปิดโอกาสให้คนในชุมชนได้รวมตัวกัน มีส่วนร่วมจนเกิดเป็นพลังชุมชน ใช้มิติทางศาสนาร่วมกันพัฒนาชุมชนให้มีความสงบสุขและร่มเย็น
นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกกรมการศาสนา กล่าวว่า ปีนี้กรมการศาสนาเน้นการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนาและวิถีดั้งเดิมที่ดีงามของคนในสังคม เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา วันที่ 12 สิงหาคม 2555 และร่วมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฎราชกุมาร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 ซึ่งการจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้เปิดโอกาสให้พระคุณเจ้าและผู้นำศาสนสถาน ได้ร่วมแสดงเจตจำนงอันแน่วแน่ด้วยการจัดทำปฏิญญาลานบุญลานปัญญา และพร้อมใจกันนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ให้คนในชุมชนมีธรรมะ มีคุณธรรมจริยธรรม อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศชาติให้สมดุลและยั่งยืนสืบไป




วัดป่าศรีมงคล (โคกร้าง) ขอความช่วยเหลืองบประมาณเพื่อจัดตั้งกลุ่มเลี้ยงปลา เลื้ยงไก่

                   วัดป่าศรีมงคล (โคกร้าง) ขอความช่วยเหลืองบประมาณเพื่อจัดตั้งกลุ่มเลี้ยงปลา เลื้ยงไก่กลุ่มผู้ป่วยโรคเอดส์ ร้องขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อจัดตั้งกลุ่มเลี้ยงปลาและเลี้ยงไก่ เพื่อประกอบอาชีพเป็นการลดภาระของศูนย์เอดส์นายวันชาติ วงษ์ชัยชนะ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด เปิดเผยว่า วัดป่าศรีมงคล(โคกร้าง) ซึ่งได้จัดตั้งเป็นหมู่บ้านรวมน้ำใจ(ศูนย์เอดส์) และรับผู้ป่วยติดเชื้อเอดส์ไว้อนุเคราะห์ในศูนย์ฯ มีความจำเป็นต้องการงบประมาณ ในการจัดตั้งกลุ่มเลี้ยงปลาและเลี้ยงไก่ เพื่อประกอบอาชีพและเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของศูนย์เอดส์ จำนวน 55,000 บาท ซึ่งศูนย์เฉลิมพระเกียรติเพื่อช่วยเหลือผู้ป่ายโรคเอดส์ และผู้ติดเชื้อ H.I.V. อำเภอศรีสมเด็จ มีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณเพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอดส์ จากส่วนราชการ หน่วยงาน หรือองค์กรภาครัฐ/เอกชน ร่วมสนับสนุนงบประมาณ โดยสามารถร่วมบริจาคได้ที่ศูนย์เอดส์บ้านรวมน้ำใจ วัดป่าศรีมงคล(โคกร้าง) หมู่ที่ 3 ตำบลส่วนจิก อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด หรือที่สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดร้อยเอ็ด หรือที่สำนักงานจังหวัดร้อยเอ็ด ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป




ครม.สัญจรที่จ.สุรินทร์จัดตักบาตรบนหลังช้างรับนายกฯ

                 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงความคืบหน้าในการประชุมครม.นอกสถานที่ หรือครม.สัญจร ที่ จ.สุรินทร์ว่า ภายหลัง พล.ต.ต.ธวัช บุญเฟื่อง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีและคณะตรวจความพร้อมการประชุม และได้ข้อสรุปว่า การประชุมครม.ครั้งต่อไปจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29-30 ก.ค. โดยแบ่งออกเป็นในวันที่ 29 ก.ค.นั้นครม.จะลงพื้นที่ในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และในช่วงเย็นจะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) จากนั้นจะมีการประชุมหัวหน้าส่วนราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการจังหวัดในกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง โดยจะใช้โรงแรมทองธารินทร์ จ.สุรินทร์ เป็นสถานที่ในการประชุม

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนวันที่ 30 ก.ค.นั้นจะเป็นการประชุมครม.นอกสถานที่ ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎ จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งรูปแบบของงานโดยรวมจะเป็นการเชื่อมโยงภาคธุรกิจ ภาคการเมือง และภาคราชการ เข้ามาบูรณาการร่วมกัน เพื่อผลักดันกลุ่มจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างให้ไปสู่เป้าหมาย ซึ่งจะมีการสอดแทรกศิลปวัฒนธรรม โดยจะมีประเพณีตักบาตรบนหลังช้าง มีการแห่เทียนพรรษาด้วยช้าง และจะจัดรัฐมนตรีลงพื้นที่ในศูนย์คชศึกษาบ้านตากลาง นอกจากนี้ยังมีการเตรียมเสื้อผ้าที่ทำจากผ้าไหมท้องถิ่นให้กับนายกรัฐมนตรี และครม.ด้วย


พระนับ 10 แห่งโวย รมต.จ่ายซองเปล่าช่วยน้ำท่วม

               วันที่ 10 ก.ค.55 วัดที่ถูกน้ำท่วมในเขตพื้นที่ อ.คูเมือง และอำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ ในปี 2554 ที่ผ่านมาสิบแห่ง ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือน้ำท่วมตามที่ นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เข้ามาตรวจสอบช่วยเหลือน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร วัด และโรงเรียน โดยได้มอบเพียงซองเปล่าให้กับตัวแทนวัด เพื่อเป็นพิธีในการถ่ายภาพในงาน ส่วนเงินจะส่งมาให้ในภายหลังวัดละ 2 หมื่นบาท แต่จนถึงบัดนี้วัดทั้ง 10 แห่งก็ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือแต่อย่างใด จึงขอให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือนายแพทย์สุรวิทย์ ได้ออกมารับผิดชอบ เพราะทั้งพระสงฆ์และโยมผู้ดูแลวัดบางวัดไปขอสิ่งของและวัสดุก่อสร้างมาซ่อมแซมวัด แต่ยังไม่ได้นำเงินไปจ่ายให้กับทางร้าน ที่ผ่านมาหลายวัดได้มีการสอบถามไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด แต่ก็ยังไม่ได้รับการโอนเงินช่วยเหลือมามอบให้กับทางวัดที่ถูกน้ำท่วมดังกล่าวแต่อย่างใด

พระอธิการณัฐพลชัย ฉันทะธรรมโม เจ้าอาวาสวัดวังปลัด ต.บ้านแพ อ.คูเมือง บอกว่า หลังจากที่ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มาให้คำมั่นสัญญาว่าจะจ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 2 หมื่นบาทให้กับทางทางวัด จึงได้ไปสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างมาซ่อมแซมปรับปรุงวัดในส่วนที่เสียหายหลังน้ำท่วม จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้นำเงินไปจ่ายให้กับทางร้านแต่อย่างใด จากการสอบถามสำนักพุทธศาสนาประจำจังหวัดถึงจำนวนเงินดังกล่าวยังไม่ถูกส่งมาแต่อย่างใด และจากการสอบถามวัดใกล้เคียงที่ถูกน้ำท่วมอีก 4 ในเขตอำเภอเดียวกันก็ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเช่นกัน จึงขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลให้ความช่วยเหลือดังกล่าวด้วย




ข่าววัฒนธรรม


การจดแจ้งเป็นเครือข่าววัฒนธรรม

      พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 ประกาศใช้เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 และมาตรา 13 กำหนดให้มีการจัดตั้งสภาวัฒนธรรม ประกอบด้วยสภาวัฒนธรรมตำบล สภาวัฒนธรรมอำเภอ สภาวัฒนธรรมจังหวัดและสภาวัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กฎกระทรวงที่ออกตามความมาตราดังกล่าว กำหนดให้จัดตั้งสภาเพิ่มเติม ประกอบด้วยสภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร สภาวัฒนธรรมเขต สภาวัฒนธรรมแขวง สภาวัฒนธรรมเทศบาล สภาวัฒนธรรมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ และสภาวัฒนธรรมในต่างประเทศ ซึ่งการจัดตั้งสภาวัฒนธรรมดังกล่าว กำหนดให้กลุ่มบุคคล ชุมชน องค์กร หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานภาคเอกชนต้องจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม ก่อนที่จะร่วมจัดตั้งเป็นสภาวัฒนธรรมในแต่ละระดับ
นายศักดิ์ชัย กาญจนะวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการขับเคลื่อนงานด้านวัฒนธรรม และการจัดตั้งสภาวัฒนธรรมทุกระดับตามพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 และกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง จึงขอประชาสัมพันธ์ว่า องค์กรเครือข่ายใด ที่ประสงค์จะจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม ให้ที่ประชุมสมาชิกเครือข่าย มีมติมอบหมายให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง เป็นผู้แทนในการจดแจ้งเครือข่ายวัฒนธรรม หรือมอบฉันทะให้ผู้อื่นจดแจ้ง หรือจะทำโดยวิธีการส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนก็ได้ พร้อมด้วยหลักฐานเอกสารประกอบการขอจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม ส่งไปที่สถานรับจดแจ้งเป็นเครือข่ายวัฒนธรรม ในต่างจังหวัดให้ยื่นคำขอจดแจ้ง ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด หรือที่ว่าการอำเภอทุกอำเภอ(สำนักงานวัฒนธรรมอำเภอ) ส่วนในกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นคำขอจดแจ้ง ณ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม-30 กันยายน 2555 ในวันและเวลาราชกา




กทม.จัดโครงการสืบสานศิลปมวยไทยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารพร้อมกับ เชิญชวนประชาชนร่วมสวดมนต์ข้ามคืนถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ

                    กรุงเทพมหานคร จัดโครงการสืบสานศิลปมวยไทยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และเชิญชวนประชาชนร่วมสวดมนต์ข้ามคืนถวายเป็นพระราชกุศลนางทยา ทีปสุวรรณ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยประธานสภามวยโลก และนายกสมาคมมวยไทยสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ร่วมแถลงข่าวจัดโครงการสืบสานศิลปมวยไทยเพื่อเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 5 รอบ วันที่ 28 กรกฎาคม 2555 และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงปฎิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการ รวมทั้งทรงอุปถัมภ์มวยไทย ซึ่งเป็นหนึ่งในศิลปวัฒนธรรมของชาติ ทรงพระราชทานดำรัสให้ทุกฝ่ายร่วมกันอนุรักษ์สืบสานและเผยแพร่มวยไทย ทรงสนับสนุนให้ใช้มวยไทยเป็นหนึ่งในเครื่องมือสื่อสารควบคู่ไปกับการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ไทย โดยกำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 24 - 27 กรกฎาคม 2555 ที่เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ โดยกิจกรรมประกอบด้วย การประกวดมวยไทยแอโรบิก การประกวดไหว้ครู และแม่ไม้มวยไทย การจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและการแข่งขันชกมวยนานาชาติ นางทยา ทีปสุวรรณ ยังกล่าวถึงการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารี ของกรุงเทพมหานคร ว่า จะจัดกิจกรรมพิธีสวดมนต์ข้ามคืนถวายเป็นพระราชกุศล ช่วงเย็นวันที่ 27 - 28 กรกฎาคม 2555 บริเวณลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม.โดยมีพิธีต่างๆประกอบด้วย พิธีบวงสรวง พิธีแสดงตนเป็นพุทธมามกะ การสวดมนต์ การแสดงธรรมะ การปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน พิธีสวดมนต์ข้ามคืน และพิธีทำบุญตักบาตรในช่วงเช้าของวันที่ 28 กรกฎาคม




วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช คัดเลือกรายการวิทยุด้านวัฒนธรรมดีเด่น

                สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช คัดเลือกรายการวิทยุด้านวัฒนธรรมดีเด่น เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณรายการวิทยุด้านวัฒนธรรมนายเกษม มีเสน วัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สำนักงานงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกับสภาวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราชและเครือข่ายทางวัฒนธรรมในพื้นที่ ได้ดำเนินโครงการคัดเลือกรายการวิทยุด้านวัฒนธรรมดีเด่นจังหวัดนครศรีธรรมราช ประจำปี 2555 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณรายการวิทยุด้านวัฒนธรรม ที่ดำเนินการส่งเสริม อนุรักษ์ และเผยแพร่ องค์ความรู้ด้านวัฒนธรรมสู่ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพและกว้างขวาง ก่อให้เกิดความเชื่อมโยงและผลักดันงานวัฒนธรรมไปสู่ประชาชนในท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวอย่างในการเผยแพร่การดำเนินงานด้านวัฒนธรรม โดยมีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาคัดเลือกรายการวิทยุด้านวัฒนธรรมดีเด่น ในวันที่ 18 กรกฎาคม 2555 เวลา 13.30 น. ณ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช




โปรดเกล้าฯพระราชทานชื่องาน12สิงหา

                 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 กล่าวตอนหนึ่งว่า สืบเนื่องจากการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถฯ เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2555 ที่ประชุมได้มอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการจัดทำโครงการและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯโดยในที่ประชุมได้รับทราบ คือ ชื่อพระราชพิธี ชื่อการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ และกำหนดระยะเวลาการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อพระราชพิธีว่า พระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 ชื่อการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ว่า งานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา 12 สิงหาคม 2555 และชื่อภาษาอังกฤษใช้เพียงชื่อเดียว ซึ่งหมายรวมถึงชื่อพระราชพิธีและชื่อการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ว่า The Celebrations on the Auspicious Occasion of Her Majesty the Queen's 80th Birthday Anniversary 12th August 2012 โดยกำหนดระยะเวลาการจัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 31 ธันวาคม ๒๕๕๕ และการจัดพิธีทำบุญตักบาตรและพิธีจุดเทียนถวายพระพรชัยมงคล ได้กำหนดในวันที่ 12 สิงหาคม 2555 ณ บริเวณท้องสนามหลวง

นอกจากนี้รัฐบาลได้เตรียมจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติฯ โดยมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ ดำเนินการ เช่น โครการประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษามหาราชินี เฉลิมพระเกียรติฯ ,โครงการจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เผยแพร่พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจ รวมทั้งมีการแสดงผ้าไทยและแฟชั่นโชว์ผ้าไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 9 - 15 สิงหาคม 2555 โดยจะขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปในพิธีเปิดงานในวันที่ 9 สิงหาคม 2555 โครงการจัดแสดงทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติฯ




ข่าวสังคม+


เทศบาลนครเชียงใหม่
ประชุมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดระเบียบสุนัขและแมวจรจัดในเขตเทศบาลเมืองเชียงใหม่


เทศบาลนครเชียงใหม่ ประชุมระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดระเบียบสุนัขและแมวจรจัดในเขตเทศบาลเมืองเชียงใหม่เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบ กฎหมาย หลักจรรยาบรรณสัตว์ ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานเทศบาลนครเชียงใหม่ ซึ่งเทศบาลนครเชียงใหม่มีหน้าที่เป็นหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนที่เกิดจากการเลี้ยงสัตว์ ปล่อยสัตว์และการควบคุมสัตว์จรจัด
นายไพศาล สุรธรรมวิทย์ เลขานุการนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ปัญหาสุนัขจรจัดหรือสัตว์เลี้ยงที่ถูกละเลยในเขตเมืองเชียงใหม่ พบมากที่สุดบริเวณวัดในเขตคูเมือง ซึ่งได้รับแจ้งเพื่อให้เทศบาลนครเชียงใหม่เข้าไปดูแล ขณะนี้ มีเทศบัญญัติ พระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. 2555 และพระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า ที่คอยดูแลสัตว์จรจัดทั้งหมดอยู่ แต่ทางเทศบาลนครเชียงใหม่ ไม่มีหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง มีทีมสัตวแพทย์ แต่ดูแลแค่โรคที่จะมากับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น การประชุมครั้งนี้ เป็นการร่วมกันแสดงความความคิดเห็นในการจัดการปัญหาสัตว์จรจัดในเขตเมืองร่วมกัน
ทั้งนี้ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ มีสัตว์เลี้ยงมากกว่า 2 พันตัว และวัดที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด คือ วัดในเขตสี่เหลี่ยมคูเมือง ที่มีทั้งหมด 38 วัด รับแจ้งแล้วประมาณ 20 วัด โดยมีหน่วยงานที่เข้าร่วมประชุม ได้แก่ หน่วยงานปศุสัตว์ สาธารณสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตำรวจ กลุ่มลานนา DOG Rescue และกลุ่มพิทักษ์สัตว์




จ.สุรินทร์ เร่งแก้ไขปัญหา สุรากับเยาวชนและสตรี เนื่องจากมีการบริโภคสูงขึ้นเป็นอันดับที่ 19 ของประเทศ

             จังหวัดสุรินทร์ เร่งแก้ไขปัญหา สุรากับเยาวชนและสตรี เนื่องจากมีการบริโภคสูงขึ้นเป็นอันดับที่ 19 ของประเทศ
นายยุทธนา วิริยะกิตติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ปัจจุบันการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในจังหวัดสุรินทร์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และกลุ่มผู้บริโภคมีอายุเฉลี่ยน้อยลง จากการสำรวจคือผู้บริโภคที่เป็นเยาวชน คืออายุไม่เกิน 20 ปี มีการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์คิดเป็นร้อยละ 38.9 ซึ่งเป็นอันดับที่19 ของประเทศ ซึ่งการบริโภคของนักดื่มหน้าใหม่ส่งผลกระทบโดยตรงทันทีหลังการดื่ม เช่น การทะเลาะวิวาท คิดเป็นร้อยละ 80 โดยเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีพฤติกรรมการดื่มจนขาดสติ รองลงมาคือการเกิดอุบัติเหตุ การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรส่งผลไปถึงการท้องโดยไม่พร้อมในกลุ่มวัยรุ่นหรือกลุ่มเด็กสาวที่นิยมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จนส่งผลเป็นวงกว้าง
นายยุทธนา วิริยะกิตติ กล่าวต่อไปว่า จังหวัดสุรินทร์ได้ระดมความคิดและแนวทางการแก้ไขจากทุกภาคส่วน ซึ่งการดื่มเครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์หรือสุรานั้นเป็นสาเหตุหลักของปัญหาหลายๆอย่าง เช่น ยาเสพติด การทะเลาะวิวาท การมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งทางจังหวัดได้รณรงค์มาโดยตลอดว่าต้องเริ่มจากครอบครัว โดยจะเห็นมาจากสื่อต่างๆที่ส่งเสริมการปลูกจิตสำนึกโดยเฉพาะผู้ใหญ่หรือผู้ปกครองเอง ที่ขาดความรับผิดชอบต่อตัวเยาวชนเอง เช่นดื่มให้เห็น หรือดื่มภายในครอบครัวเป็นเรื่องปกติจนสร้างความเคยชิน และกลายเป็นพฤติกรรมเลียนแบบให้แก่เยาวชน ทั้งนี้ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะสังเกตว่า จะไม่มีการบริโภคภายในครัวเรือน แต่จะไปในที่เป็นแหลงในการบริโภคหรือสถานบันเทิง อีกอย่างคือการบังคับการใช้กฎหมาย การขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการเอง คือจิตสำนึกของผู้ประกอบการที่จะไม่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับเยาวชน การห้ามมิให้ผู้มีอายุยังไม่ถึงเกณฑ์เข้าใช้สถานบันเทิง หรือการเปิดบริการเลยเวลาที่กฎหมายกำหนด ซึ่งทางจังหวัดสุรินทร์ไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งที่จะแก้ไขปัญหาเด็กและสตรี โดยการเร่งจัดระเบียบสังคม เพื่อที่จะพัฒนาจังหวัดและคนในพื้นที่ให้มีคุณภาพต่อไป




แจ้งเลี่ยง11จุดปรับปรุงสะพานข้ามคลองถนนราชพฤกษ์

              กองบังคับการตำรวจจราจร แจ้งว่า สำนักบำรุงทาง กรมทางหลวงชนบทจะดำเนินการปรับปรุงถนนบริเวณคอสะพานข้ามคลองตลอดแนวถนนราชพฤกษ์ในเขต กทม.และปริมณฑล ทั้งหมด 11 จุดคือ สะพานข้ามคลองบางน้ำชน กม.1+200-กม.1+360 คู่ขนาน ซ้ายทาง 2.สะพานข้ามคลองบางจาก ช่องทางหลัก ขาขึ้น ขวาทาง

3.สะพานข้ามคลองบางแวก ช่องทางคู่ขนาน ขาลง ขวาทาง 4.สะพานข้ามคลองบางกอกน้อย ช่องทางคู่ขนาน ขาลง ขวาทาง 5.ถนนราชพฤกษ์ ช่วง กม.8+240-กม.8+315 ทางหลัก ขวาทาง , 6. ถนนราชพฤกษ์ ช่วง กม.8+270-กม.8+350 ทางหลัก ซ้ายทาง 7. สะพานข้ามคลองบางพรม ขาขึ้นและขาลง ซ้ายทาง 8.สะพานข้ามคลองอ้อมนนท์ ช่องทางหลัก ขาลง ซ้ายทาง

9.สะพานข้ามคลองอ้อมนนท์ ช่องทางหลัก ขาขึ้น ขวาทาง 10.สะพานข้ามคลองบางรักน้อย ขาขึ้นและขาลง ซ้ายทาง 11.สะพานข้ามคลองบางรักน้อย ขาขึ้นและขาลง ขวา ทาง

เจ้าหน้าที่มีความจำเป็นต้องปิดการจราจร ในช่วงเวลา 22.00 น. ถึง 05.00 น.ของวันรุ่งขึ้น ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม ถึงวันที่ 15 สิงหาคม 2555 กรมทางหลวงชนบทจึงขอความร่วมมือให้ประชาชนโปรดหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางการจราจรในวันและเวลาดังกล่าว เพื่อความสะดวกของผู้ใช้รถใช้ถนน




ทั่วประเทศมีฝนฟ้าคะนองกระจายอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศโดยทั่วไปประจำ 10ก.ค.2555 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับลมตะวันออกพัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้ปกคลุมประเทศไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองกระจายถึงเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านบริเวณจังหวัดตราด ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ในระยะนี้



ข่าวการศึกษา+ไอที 



ผลโพลล์ราม ระบุ หญิงและชายควรมีสิทธิการเป็นผู้นำเท่าเทียมกัน และให้โอกาสนักเรียนหญิงตั้งครรภ์กลับมาเรียนได้

               ผลสำรวจมหาวิทยาลัยรามคำแหง บทบาทสตรีไทยยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ 2 พบว่า หญิงและชายควรมีสิทธิการเป็นผู้นำเท่าเทียมกัน และให้โอกาสนักเรียนหญิงตั้งครรภ์กลับมาเรียนได้
ศูนย์ประชามติ มหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือรามคำแหงโพลล์ สำรวจบทบาทสตรีไทยยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ 2 จากประชาชนในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด 6,200 คน พบว่า ด้านการสร้างเท่าเทียมกันในสังคม อันดับร้อยละ 27.74หญิงและชายควรมีสิทธิด้านการเป็นผู้นำ หรือได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าเท่าเทียมกัน รองลงมา 24.76 ควรมีความเท่าเทียมกันด้านการศึกษา และร้อยละ 21.53 ควรมีความเท่าเทียมกันด้านความรับผิดชอบ ส่วนประเด็นคุณค่าหญิงไทย ส่วนใหญ่ร้อยละ 33.06 อยู่ที่ความรักนวลสงวนตัว รองลงมา20.60 อยู่ที่การมีความรัก ความอบอุ่น และร้อยละ 13.66 อยู่ที่ความซื่อสัตย์ ส่วนด้านความเสมอภาค ประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญมากที่สุด คือ เปิดโอกาสให้สตรีดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง รองลงมาเพิ่มบทลงโทษกรณีผู้หญิงถูกล่วงละเมิดและถูกกดขี่เอาเปรียบทางเพศ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้นักเรียนหญิงที่ตั้งครรภ์กลับเข้ามาเรียนต่อได้หลังคลอดบุตร





จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดทำทำเนียบแหล่งเรียนรู้

       ที่ห้องประชุม กศน. อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช นายทรงพล สวาสดิ์ธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมการจัดทำหนังสือและแผ่นพับ “นครศรีธรรมราช นครแห่งการเรียนรู้ ศึกษาดูงาน”เพื่อใช้ประโยชน์ในการศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวและประชาสัมพันธ์สิ่งที่ดีงามของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม มีสำนักงานส่งเสริมการศึกษาและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นเจ้าภาพหลัก ซึ่งมีสถานที่/แหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงาน ที่ผ่านการกลั่นกรองเบื้องต้นจำนวน 108 แห่ง

รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การจัดทำหนังสือทำเนียบแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงานมีเป้าหมายหลัก 4 อย่าง คือ เพื่อใช้ประโยชน์ของหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อใช้ประโยชน์เชิงประชาสัมพันธ์สิ่งที่ดีงามของจังหวัดสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้เมืองนคร และใช้จัดโปรแกรมการท่องเที่ยว ศึกษาดูงานของหน่วยงาน องค์กรต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกจังหวัด เพื่อสนองวาระ นครศรีธรรมราช “นครแห่งการเรียนรู้ ศึกษาดูงาน” โดยมีการแยกประเภท เช่น แหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านเศรษฐกิจพอเพียง ด้านท่องเที่ยว ด้านการศึกษา เป็นต้น สำหรับข้อมูลที่บรรจุในหนังสือทำเนียบแหล่งเรียนรู้ ศึกษาดูงาน ประกอบด้วย รายละเอียดที่เป็นจุดเด่นของแหล่งเรียนรู้ ฐานกิจกรรม ภาพถ่าย แผนที่เส้นทาง วิทยากร/ผู้รับผิดชอบประจำแหล่งเรียนรู้ รวมไปถึงตัวอย่างโปรแกรมการศึกษาดูงาน ท่องเที่ยว เป็นต้น นอกจากนี้ในส่วนท้ายของหนังสือจะมีการบรรจุโรงแรมที่พัก ร้านอาหาร ร้านของที่ระลึก พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ไว้ด้วย ในส่วนของแผ่นพับจะเน้นด้านการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว

โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นจุดเด่นและสำคัญของจังหวัด ซึ่งทุกหน่วยงานต้องส่งข้อมูลให้ สำนักงาน กศน.จังหวัดนครศรีธรรมราชภายในวันที่ 25 กรกฎาคม 2555 จากนั้นคณะนักเขียน/ผู้ผลิตสื่อสิ่งพิมพ์จะได้ลงพื้นที่ถ่ายภาพและเก็บรายละเอียดข้อมูลต่าง ๆ เพื่อนำมาเขียนใหม่ในเชิงสารคดี เพื่อให้เอกสารน่าสนใจและมีคุณภาพในการเผยแพร่ ซึ่งกำหนดแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2555





คณะรัฐมนตรี อนุมัติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 56 พ.ศ. 2558

            คณะรัฐมนตรี อนุมัติเปนเจาภาพจัดการแขงขันคณิตศาสตรโอลิมปิกระหวางประเทศ ครังที 56 พ.ศ. 2558 และอนุมัติแผนแมบทการแกปัญหาและพัฒนาแรงงานสาธารณสุขชายแดนปี 2555-2559

นายอนุสรณ เอียมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี วา ทีประชุมฯ อนุมัติเปนเจาภาพจัดการแขงขันคณิตศาสตรโอลิมปิกระหวางประเทศ ครังที 56 พ.ศ. 2558 ตามทีกระทรวงศึกษาธิการเสนอ ประกอบดวย วิชาคณิตศาสตร เคมี ฟิสิกส ชีววิทยา และคอมพิวเตอร สวนหนึงเพือเฉลิมพระเกียรติสมเดจพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เนืองในโอกาสเจริญพระชนมมายุ 60 พรรษา ในวันที 2 เมษายน 2558 และเพือเผยแพรเกียรติคุณของประเทศไทยใหนานาชาติเปนทีรูจัก โดยแผนการดำเนินงาน จะผูกพันงบประมาณตังแตปีงบประมาณ 2556 ถึง 2559 จำนวนกวา 82 ลานบาท

คณะรัฐมนตรี ยังอนุมัติแผนแมบทการแกปัญหาและพัฒนาแรงงานสาธารณสุขชายแดน ปี 2555-2559 ตามทีกระทรวงสาธารณสุขเสนอ โดยมีกรอบแนวคิดในการจัดทำแผนแมบทใหญ คือ ธรรมนูญวาดวยระบบสุขภาพแหงชาติ ทีใหระบบประกันสุขภาพแหงชาติ หรือเปนสิทธิขันพืนฐานใหกับประชาชนทัวประเทศ โดยมีพืนทีกลุมเปาหมายดำเนินการ 4 กลุม ไดแก กลุมจังหวัดชายแดนไทย – พมา จำนวน 10 จังหวัด กลุมจังหวัดชายแดนไทย –ลาว จำนวน 12 จังหวัด กลุมจังหวัดชายแดนไทย – กัมพูชา จำนวน 7 จังหวัด กลุมจังหวัดชายแดนไทย – มาเลเซียน จำนวน 4 จังหวัด รวมทังไดกำหนดยุทธศาสตรการแกปัญหาและพัฒนางานสาธารณสุขชายแดน 4 ยุทธศาสตรหลัก คือ การพัฒนาระบบบริการสุขภาพ การเขาถึงบริการสุขภาพขันพืนฐาน ความรวมมือและการมีสวนรวมของทุกภาคสวน และยุทธศาสตรการบริหารจัดการ








รายงานพิเศษ :ไอซีที จับมือ สภาการศึกษา จัดทำแผนแม่บท ICT สำหรับการศึกษาของไทย

      กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับการศึกษาของประเทศไทย เพื่อพัฒนาระบบการเรียนการศึกษาด้านเทคโนโลยีของไทย ติดตามจากรายงาน
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารและสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ได้ร่วมกันดำเนินการเกี่ยวกับ การจัดทำแผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับการศึกษาของประเทศไทย เพื่อใช้เป็นกรอบแนวทางในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนาและลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับการศึกษาของประเทศ นายณัฐพงศ์ ศีตวรรัตน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ กระทรวงไอซีที กล่าวว่า แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับการศึกษาของประเทศไทย เป็นความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งกระทรวงไอซีที สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อร่วมดำเนินการขับเคลื่อนและพัฒนาเนื้อหาสาระให้เกิดขึ้น เพื่อให้ได้แผนแม่บทฯ ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพสำหรับการนำไปพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของประเทศ
ด้านนางเมธินี เทพมณี ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในช่วงของการใช้แผนแม่บทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ฉบับที่ 2 ของประเทศไทย พ.ศ.2552 -2556 โดยในแผนแม่บทฯ ฉบับนี้มียุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา คือ การพัฒนากำลังคน ซึ่งมีเป้าหมายการเพิ่มทักษะการใช้ประโยชน์สารสนเทศ ซึ่งมีโครงการเร่งด่วนรองรับ อาทิ โครงการนำร่องการจัดการเรียนการสอนสหกิจศึกษา ที่เน้นการปฏิบัติงานจริงกับภาคอุตสาหกรรม โครงการส่งเสริมการผลิตบุคลากรระดับปริญญาโทสายวิศวกรรมซอฟท์แวร์และวิทยาการซอฟต์แวร์ โครงการจัดตั้งสถาบันเฉพาะทางด้าน ICT เพื่อผลิตบุคลากรที่มีทักษะสูง และอีกหนึ่งโครงการที่สำคัญตามแผนแม่บทไอซีทีฯ ซึ่งเป็นความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประกอบการเรียนการสอนอยู่ในขณะนี้ ก็คือ โครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์แบบพกพาแท็บเล็ต ให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทั่วประเทศ ซึ่งได้มีการส่งมอบเครื่องแท็บเล็ตครั้งแรกจำนวน 2,000 เครื่อง ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเพื่อการทดสอบการใช้งาน จากนั้นจึงจะทยอยส่งมอบจนครบจำนวนภายในสิ้นปีงบประมาณ 2555 เพื่อแจกจ่ายให้แก่โรงเรียนที่มีความพร้อมในด้านเครือข่ายสัญญาณและสามารถรองรับการใช้งานเป็นลำดับแรก โดยจะดำเนินการควบคู่ไปกับการเร่งปรับปรุงความพร้อมของโครงข่ายบริการในพื้นที่โรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ










Thairadiofm1063