ข่าวออกอากาศวันที่ ๑๑ ก.ย.๕๕
ฮือฮาม.มหามกุฏฯชนะคดี
กรมที่ดินยกเว้นค่าโอนที่ดินบริจาค ถือเป็นบรรทัดฐาน
Thairadiofm1063
Thairadiofm1063
รายการย้อนหลัง
Radio106.25

โฆษณาหน้าของคุณด้วยเลยสิ
                เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายรวมพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อดีตผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) กล่าวว่า ตามที่ตนได้รับมอบอำนาจจากทางมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ ในช่วงที่ยังดำรงตำแหน่งผู้ช่วยอธิการบดี ให้ฟ้องศาลปกครองกลาง จากกรณีที่มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินจำนวน 87 ไร่ 1 งาน 18 ตารางวา ที่ จ.บุรีรัมย์ ให้กับทางมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ แต่ทางสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการโอนจากมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ เป็นจำนวนเงินกว่า 2.3 ล้านบาท พร้อมให้เหตุผลว่ามหาวิทยาลัยมหามกุฏฯไม่ได้เป็นทางราชการ ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และส่วนท้องถิ่น
ตามพ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 นั้น ซึ่งถือว่าทางสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ ตีความในเรื่องนี้ไม่ถูกต้อง เพราะมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ มี พ.ร.บ.จัดตั้งมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.2540 ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) รวมทั้งมีเลขที่ออกหนังสือย่อด้วยอักษร ศธ. และมีการตรวจบัญชีรายรับรายจ่ายจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ดังนั้นจะไม่ถือว่าเป็นทางราชการได้อย่างไร

             นายสงกานต์ กล่าวต่อไปว่า ดังนั้นมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ จึงถือว่าอยู่ในข่ายตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 103 (ทวิ) ที่ระบุว่าการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ที่บริจาคให้แก่ทางราชการให้ได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียม ตนจึงได้ยื่นฟ้องหัวหน้างานทะเบียนและนิติกรรมสัญญา สำนักงานที่ดิน จ.บุรีรัมย์ หัวหน้าฝ่ายทะเบียนและนิติกรรมสัญญา สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ เจ้าพนักงานสำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และอธิบดีกรมที่ดินต่อศาลปกครองกลาง โดยยื่นฟ้องไปตั้งแต่เดือน พ.ค. 2553 ในเลขคดีดำที่ 846/2553 และเมื่อวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมาทางตุลาการศาลปกครองกลางได้มีการแถลงปิดคดีแล้ว โดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดินในกรณีดังกล่าวกับทางมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯ และขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดพิมพ์คำพิพากษาประมาณ 15 วัน ทำให้ทางมหาวิทยาลัยมหามกุฏฯไม่ต้องจ่ายเงินค่าธรรมเนียมดังกล่าว 

              นายสงกานต์ กล่าวด้วยว่า จากกรณีนี้จะทำให้เป็นบรรทัดฐานให้กับมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐทั้งหมดว่าไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดินที่ได้รับการบริจาคตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 103 (ทวิ) ซึ่งตนเชื่อว่าที่ผ่านมามหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐต้องเสียเงินดังกล่าวให้กับกรมที่ดินไปแล้วหลายร้อยล้านบาท ขณะเดียวกันมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐแต่ละแห่งยังสามารถขอเงินค่าธรรมเนียมในการโอนที่ดินที่ได้รับการบริจาคตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 103 (ทวิ) คืนได้ โดยให้นำคำพิพากษานี้ไปยื่นคำร้องที่สำนักงานที่ดิน หากได้รับการปฏิเสธก็สามารถยื่นฟ้องศาลปกครองได้

               ด้านพระมหาปัญญา ปัญฺญาวุฑฺโฒ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหามกุฎฯ กล่าวว่า การถวายที่ดินให้มหาวิทยาลัยสงฆ์ หรือการบริจาคที่ดินให้มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หากต้องเสียค่าธรรมเนียมในการโอนต่อไปก็คงไม่มีใครอยากถวายที่ดินให้ ถ้าลำพังฝ่ายสงฆ์เองคงทำอะไรไม่ได้ จึงต้องพึ่งพานักกฎหมายหรือทนายความช่วยดำเนินการทางศาลให้ ทั้งนี้คำชี้ขาดของศาลสามารถใช้เป็นบรรทัดฐานแก่มหาวิทยาลัยสงฆ์รวมทั้งมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐทั่วไป ซึ่งถ้ามีการบริจาคที่ดินให้ก็จะได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการโอนเช่นเดียวกัน