ข่าวออกอากาศวันที่ ๑๗ ส.ค.๕๕
Thairadiofm1063
รายการย้อนหลัง
กก.วัดบ้านไร่ คาดโทษศิษย์หลวงพ่อคูณหย่อนยานระเบียบขับออกจากวัดทันที
             นายแพทย์พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคหัวใจ และ หลอดเลือด โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา แพทย์ประจำตัวพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด นครราชสีมา กล่าวถึงความคืบหน้าของการพักฟื้นร่างกายและผลการถวายการรักษา ตั้งแต่หลวงพ่อคูณฯ กลับมาจำวัดที่วัดบ้านไร่ สุขภาพจิตใจของท่านนั้นดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ่งบอกได้จากการตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ที่ลดลงจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ ขณะนี้หลวงพ่อคูณฯ ยังคงพักฟื้นอยู่ภายในห้องปลอดเชื้อซึ่งญาติโยมสามารถมองเห็นหลวงพ่อคูณฯ ได้ผ่านกระจกกั้นของห้องปลอดเชื้อ โดยจะมีช่วงเวลาในการกราบไหว้นมัสการ ตามที่กำหนด

ส่วนวัตรปฏิบัติจะมีลูกศิษย์คนสนิทดูแลอย่างใกล้ชิด โดยมีแพทย์ พยาบาลคอยควบคุมให้ถูกหลักการแพทย์ ป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายวัน สภาพอากาศค่อนข้างแปรปรวนส่งผลให้หลวงพ่อคูณฯ มีเสมหะเพิ่มขึ้นซึ่งทีมแพทย์ได้ถวายการรักษาจนสามารถผ่านพ้นมาได้ ไม่ได้มีปัญหาอุปสรรคแต่อย่างใดแต่ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะมีการนำข้อบกพร่อง หรือถอดบทเรียนต่างๆ ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของการกำเริบของอาการอาพาธ นำมาประเมินเพื่ออย่างรอบคอบ และรัดกุมต่อไปเพี่อป้องกัน ดีกว่าที่จะต้องมารักษากันที่ปลายเหตุซึ่งมาโอกาสเสี่ยงสูงสำหรับผู้สูงอายุอย่างหลวงพ่อ ฯ
          ด้าน พล.ต.ต.มหัคฆพันธ์ สุรคุปต์ ประธานคณะกรรมการวัดบ้านไร่ กล่าวว่า คณะกรรมการได้มีมติจัดระเบียบการเข้านมัสการหลวงพ่อคูณด้วยมาตรการที่เข้มงวดเป็นพิเศษ แม้แต่ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี รวมทั้งหัวหน้าส่วนราชการ ยังต้องผลัดเปลี่ยนเข้าไปกราบนมัสการท่านได้ไม่เกินครั้งละ3 คน รวมทั้งตน และ คณะกรรมการ ยังต้องละเว้นในบางโอกาส ส่วนลูกศิษย์ที่ประสงค์กราบนมัสการท่าน สามารถมองผ่านห้องกระจกได้เพียงอย่างเดียว เพื่อป้องการติดเชื้อโรค ขณะนี้เราได้ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดพร้อมจัดเจ้าหน้าที่ผลัดเปลี่ยนเวรยามในการดูแลกิจวัตรประจำวันของหลวงพ่อ ที่ผ่านมาคณะกรรมการได้คาดโทษลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดลักลอบนำวัตถุมงคลไปให้หลวงพ่อปลุกเสก โดยกำชับหากกระทำอีกจะถูกลงโทษถึงขั้นถอดออกจากการเป็นลูกศิษย์ทันที คณะกรรมการ ฯ จึงขอฝากไปถึงลูกศิษย์ที่ต้องการเข้าใกล้ถึงตัวหลวงพ่อ ในห้วงเวลานี้ควรละเว้น ขอความร่วมมือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ท่านจะได้ไม่ต้องเข้าออกรักษาอาการอาพาธที่โรงพยาบาลอีก ขณะนี้ท่านมีอายุย่างเข้า 90 พรรษา มีโรคประจำตัวหลายอย่าง จึงต้องอยู่ในความดูแลของคณะแพทย์พยาบาล อย่างใกล้ชิด หากทุกฝ่ายร่วมด้วยช่วยกัน ท่านจะได้อยู่กับพวกเรานานๆ




จ.ตราดนำข้าราชการ ประชาชน เข้าวัดวันธรรมสวนะ ตามโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านพระพุทธศาสนา

              นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด นำข้าราชการประชาชนเข้าร่วมทำบุญ ฟังเทศน์ ตามโครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกิจกรรรมด้านพระพุทธศาสนาจังหวัดตราด ไตรมาสที่ 4 ที่ศาลาเปรียญวัดหนองเสม็ด ตำบลหนองเสม็ด อำเภอเมืองตราด ซึ่งจังหวัดตราดโดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดร่วมกับวัดในจังหวัดตราดร่วมกันจัดโครงการนี้ขึ้น
ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดเผยว่า การจัดทำโครงการนี้มุ่งที่จะส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ให้กับข้าราชการ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ข้าราชการและประชาชนมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน รวมทั้งส่งเสริมประเพณีทางพระพุทธศาสนาอันดีงามของชาติไทย และถวายเป็นพุทธบูชา โดยทางจังหวัดเชิญชวนเชิญชวนหน่วยงานในระดับจังหวัด ร่วมกับหน่วยงานในระดับอำเภอ และประชาชนในแต่ละพื้นที่ ร่วมทำบุญ ตักบาตร สมานทานศีล 5 และฟังธรรมเทศนาในทุกวันธรรมสวนะหรือวันพระ โดยในรอบเดือนกรกฎาคม – กันยายน 2555 โดยมีวัดเข้าร่วมตามโครงการนี้รวม 13 วัด รวมถึงวัดหนองเสม็ดแห่งนี้ด้วย




จังหวัดสุราษฎร์ธานีขอเชิญชวนร่วมบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าสามัคคีภูมิพโลภิกขุ ประจำปี 2555 เนื่องในโอกาสฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี

             นายชลอศักดิ์ วาณิชย์เจริญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทยเชิญชวนร่วมบริจาคเงินบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าสามัคคีภูมิพโลภิกขุ ประจำปี 2555 เนื่องในโอกาสฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า เฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 60 พรรษา และเพื่อสร้างพระคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา โดยกำหนดจัดงานบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าสามัคคีภูมิพโลภิกขุ ณ พระอุโบสถเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ในวันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม 2555
ทั้งนี้ ทางจังหวัดสุราษฎร์ธานีขอเชิญชวนบุคลากรในสังกัดหน่วยงาน และประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินบำเพ็ญกุศลทอดผ้าป่าสามัคคีภูมิพโลภิกขุ ประจำปี 2555 เนื่องในโอกาสฉลองพุทธชยันตี 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ตามกำลังศรัทธา สำหรับผู้บริจาคเงินจำนวน 30,000 บาท จะได้รับพระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ เนื้อดินผสมเกสร จำนวน 1 องค์ หรือบริจาคเงินจำนวน 3,000 บาท จะได้รับพระเครื่อง 25 พุทธศตวรรษ เนื้อชิน สอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่.สำนักงานจังหวัด ฝ่ายอำนวยการ โทร.0772722926 ,สป.65020




อินเดียแนะนำเส้นทางท่องเที่ยวพระพุทธศาสนาโดยรถไฟมหานิพพานเอ็กซ์เพรส

              ศูนย์ข่าวภูเก็ต - บริษัท Top Travel & Tours (P) จำกัด ร่วมกับการรถไฟอินเดีย แนะนำท่องเที่ยวอินเดียเส้นทางพระพุทธศาสนา โดยขบวนรถไฟมหานิพพานเอ็กซ์เพรส ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวภูเก็ตรับทราบ หวังประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว
      
       ที่โรงแรมเมโทรโพล ภูเก็ต อ.เมือง จ.ภูเก็ต บริษัท Top Travel & Tours (P) จำกัด ร่วมกับการรถไฟอินเดีย (IRCTC) จัดสัมมนาเรื่อง “การท่องเที่ยวประเทศอินเดียเส้นทางพระพุทธศาสนา โดยขบวนรถไฟมหาปรินิพพานเอ็กซ์เพรส” โดยมีนายอรุณ ศรีวัตรถะ ผู้จัดการทั่วไปร่วมการรถไฟอินเดีย Mr.O.P.Meena ผู้ช่วยผู้ว่าการการท่องเที่ยวอินเดีย นายสุมิตร มาร์ทูร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท Top Travel & Tours (P) จำกัด และผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวในภูเก็ต เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก โดยภายในงาน ได้มีการแนะนำเส้นทางพุทธศาสนา พร้อมนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวผ่านทางวิดีโอ
      
       ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆ ของประเทศอินเดีย และโดยเฉพาะการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอินเดียโดยขบวนรถไฟมหานิพพานเอ็กซ์เพรส ให้ผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตได้รับทราบ เนื่องจากทางการรถไฟอินเดียได้จัดให้มีบริการการท่องเที่ยวโดยรถไฟไปตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญๆ โดยเน้นแหล่งท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าเป็นหลัก
      
       สำหรับโปรแกรมการท่องเที่ยวโดยรถไฟเอ็กซ์เพรสมหานิพพานนั้น เป็นทริป 8 วัน 7 คืน ไปยังเมืองดังต่อไปนี้ กัลกัตตา-คยา-พาราณสี-สาวัตถี-ลุมพินี-กุสินารา-ไวสาลี-ปัตนะ-ราชคฤห์-กัลกัตตา




ชาวบ้านถวายห้องน้ำให้วัด ช่วยเด็กนร.ใช้ชั่วคราว

              เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2555 ที่วัดศรีรัตนาราม หมู่ที่ 8 บ้านแม่กื๊ดสามท่า ตำบลแม่กาษา อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก นายสุทัศน์ ศรีดาเดช รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตการศึกษา ประถมศึกษาตาก เขต 2 ( สพป.ตาก เขต 2) อ.แม่สอด พร้อมด้วยคณะ ร่วมกับนายอินทร์สอน วุฒิธรรมมากร ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่กื๊ดสามท่า รับมอบห้องน้ำจากชาวบ้านตำบลแม่กาษา เพื่อถวายวัดในการช่วยเหลือนักเรียนโรงเรียนแม่กื๊ดสามท่า ที่ย้ายที่เรียนไปเรียนในวัดดังกล่าว เนื่องจากการทรุดตัวของอาคารหลายหลังภายในโรงเรียนในช่วงน้ำหลาก จนต้องย้ายออกไปเรียนที่วัดชั่วคราว และมีปัญหาห้องน้ำไม่เพียงพอ ทางผู้ปกครอง และชาวบ้านในหมู่บ้าน จึงช่วยกันบริจาคเงินในการสร้างห้องน้ำขึ้นมา เพื่อถวายวัด เป็นจำนวน 5 ห้องน้ำ และ 1 ห้องอาบน้ำ ทั้งนี้เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของครู และนักเรียน

ส่วนความคืบหน้าของโรงเรียนที่ทรุดตัวนั้น ล่าสุด สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อนุมัติงบประมาณในการสร้างอาคารแห่งใหม่แล้ว ส่วนการแก้ไขปัญหาชั่วคราวนั้นทางนายสุริยะ ประสาทบัณฑิต ผวจ.ตาก ได้จัดงบประมาณ 100,000 บาท เพื่อสร้างอาคารชั่วคราวไปก่อน




ข่าววัฒนธรรม



วธ.เร่งสร้างความรู้วัฒนธรรมก่อนก้าวสู่อาเซียน

            นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวหลังเป็นประธานเปิดโครงการแบ่งปันความรู้สู่สาธารณะจุดประกายความคิด ร่อยรอยกาลเวลา : แม่น้ำโขง Land Link อุษาคเนย์ ประชาสังคมวัฒนธรรมสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฎสกลนคร โดยมีกลุ่มครูภาคอีสาน นักศึกษามหาวิทยาลัยเข้าร่วมกว่า 400 คน ว่า จากนโยบายของนางสุกุมล คุณปลื้ม รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม เร่งสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียนที่ไทยจะเข้าร่วมในปี 2558 วธ.จึงร่วมกับองค์กรภาครัฐและเอกชน จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เปิดโอกาสให้ครู อาจารย์ รวมถึงนิสิตนักศึกษา และผู้สนใจในจังหวัดสกลนครและจังหวัดใกล้เคียงได้เข้าร่วมรับฟังการเสวนาจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อให้เกิดการตื่นตัวเรื่องความรู้ทางเลือกเกี่ยวกับภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในมิติต่างๆ

"เราเริ่มจากชุมชน และนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ใหม่ในวงวิชาการ รวมทั้งเกิดความเข้าใจเรื่องภูมิสังคมทางวัฒนธรรมของภูมิภาค เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในประชาคมอาเซียน จนสามารถนำความรู้ความเข้าใจที่ได้ไปปรับใช้ให้เอื้อต่อการสร้างความข้าใจอันดีระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อน เน้นการมองเห็นคุณค่าของการรับรู้เรื่องพรมแดนทางวัฒนธรรม และความเข้าใจในเรื่องประเทศเพื่อนบ้าน ตลอดจนการถอดองค์ความรู้ด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วรรณกรรม ดนตรี และศิลปะ ที่ถือเป็นการขยายพรมแดนความรู้ที่เชื่อมโยงเข้าหากันนับจากอดีตสู่ปัจจุบันและอนาคต"ปลัดวธ. กล่าว

นายสมชาย กล่าวอีกว่า โครงการนี้ฯ ได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาทำการเสวนาในหัวข้อต่างๆ ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นประวัติศาสตร์ชาติ กับประวัติศาสตร์ประชาคมอาเซียน, ศิลปะ ภาษา ดนตรีชีวิต สุ้มเสียงวัฒนธรรมร่วมอุษาคเนย์, แม่น้ำโขง Land Link อุษาคเนย์ประชาคมวัฒนธรรมสู่ความเป็นประชาคมอาเซียน และบนความหลากหลาย - ก่อนก้าวสู่ประชาคมอาเซียน เพื่อสร้างความเข้าใจต่อประเทศเพื่อบ้าน พร้อมกับการตระหนักถึงความสำคัญเรื่องการเผยแพร่ความรู้แบบแบ่งปันความรู้สู่สาธารณะ เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการศึกษาทางเลือกและสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ทางการศึกษา ให้เป็นการศึกษาทางเลือกแบบตลาดวิชาที่เป็นการสั่งสมความรู้ มากกว่าการสั่งสอน ก่อเกิดเป็นสังคมอุดมปัญญา




โปรดเกล้าฯยศร้อยเอกหญิงแก่พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีฯ

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ (17 ส.ค.2555) ราชกิจจานุเบกษาได้ลง ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระยศทหารเป็นกรณีพิเศษ โดยเนื้องหาระบุว่า มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ พระราชทานพระยศร้อยเอกหญิงเป็นกรณีพิเศษ แก่ ร้อยโทหญิง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2555 ประกาศ ณ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี




ข่าวสังคม+





              จ.พิจิตร ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

นายสุริยันต์ กาญจนศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร แจ้งว่า ตามที่ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2551 จนถึงปัจจุบัน เป็นระยะเวลากว่า 4 ปี จังหวัดพิจิตร ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์และบังคับใช้กำหมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในงานสำคัญประจำปีของจังหวัด เนื่องจากวันที่ 24 สิงหาคม 2555 – 2 กันยายน 2555 จังหวัดพิจิตร ได้กำหนดงานประเพณีแข่งขัน เรือยาวชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าฯ ประจำปี 2555 ขึ้น
ในการนี้ จังหวัดพิจิตร จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ร้านค้าต่าง ๆ ในบริเวณงาน งดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด มิเช่นนั้นท่านจะได้รับข้อหาความผิดมาตรา 27 (1) ฐานความผิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวัด หรือสถานที่สำหรับปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนา ระวางโทษ มาตรา 39 จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากมีข้อสงสัย ให้สอบถามกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โทรศัพท์ 056-611288




จ.นราธิวาส มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมในส่วนภาคประชาชน 2,483 ราย เป็นเงิน 152 ล้านบาท ขณะที่ทายาทดีใจได้นำเงินไปใช้จ่ายในครอบครัว

               ที่หอประชุมสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส นายอภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายวิเชียร จันทรโณทัย รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และนายประดิษฐ์ สุคนธสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ร่วมเป็นประธานแจกเงินช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมสำหรับผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นภาคประชาชนทั้งส่วนของทายาทผู้ที่เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เล็กน้อย และผู้ทุพลภาพสำหรับผู้ที่เข้ารับมอบเงินช่วยเหลือเยียวยา ณ หอประชุมสำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ของ อำเภอเมือง อ.ยี่งอ อ.ระแงะ และ อ.บาเจาะ ส่วนอำเภออื่นๆอีก 9 อำเภอได้ดำเนินการแจก ณ ที่ว่าการอำเภอแต่ละแห่ง แยกเป็นกรณีผู้เสียชีวิต 859 ราย ทุพลภาพ 85 ราย บาดเจ็บสาหัส 393 ราย บาดเจ็บปานกลาง 549 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อย 597 ราย รวมเป็นเงิน 152 ล้านบาท
นายวิเชียร จันทรโณทัย รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่าการช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมได้มอบพร้อมกันหมดทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งรวมแล้วมีผู้เข้ารับเงินเยียวยาเพิ่มเติมในส่วนของประชาชน 6,868 คน ซึ่งบางพื้นที่มีปัญหาทายาทไม่สามารถตกลงกันได้จึงต้องให้หน่วยงานภาครัฐเข้าไปเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยและจะต้องทำข้อตกลงก่อนที่จะมีการมอบเงิน
ด้านนางฟาซีลา มาซอ ภรรยาของนายกูอัมรัน บือบา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบจนทุพลภาพ กล่าวว่า การได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาเพิ่มเติมในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะตนเองต้องนำไปใช้จ่ายในครอบครัวรวมถึงค่ารักษาพยาบาลของสามี ซึ่งถึงแม้จะมีการรักษาฟรีแต่ต้องเสียค่าเดินทางมายังโรงพยาบาลเพื่อทำกายภาพบำบัดทุกวันด้านนางรอฮีมะ ดะแต ทายาทผู้เสียชีวิตกล่าวว่า การได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดี เพราะจะนำไปช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในครอบครัว แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายรวมว่าจะทดแทนในสิ่งที่ครอบครัวต้องสูญเสียบิดาไปได้ เพราะทุกคนไม่อยากให้เกิดขึ้น ส่วนปัญหาที่ยังเกิดขึ้นในครอบครัวคืออยากมีงานทำโดยเฉพาะมารดา และตนเองรวมถึงน้องอีก 2 คน หากเป็นไปได้อยากให้คนใดคนหนึ่งรับราชการ




กกท.ทุ่มงบหนุนโครงการอคาเดมี่กีฬาอาชีพ เพื่อวางรากฐานด้านกีฬาอาชีพ 13 ชนิดกีฬา ประเดิมจ่าย 7.6 ล้านบาท นำร่อง 6 ชนิดกีฬา ในฟุตบอล , เทนนิส จำนวน , วอลเลย์บอล , สนุกเกอร์ , แบตมินตัน และกอล์ฟ สร้างนักกีฬาอาชีพและทีมชาติที่มีศักยภาพ

              เมื่อ 17 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นายกนกพันธุ์  จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานมอบเงินสนับสนุนโครงการอคาเดมี่ กีฬาอาชีพ ประจำปี 2555 โดยมีตัวแทนอคาเดมี่  6 ชนิดกีฬา ได้แก่ ฟุตบอล, เทนนิส, วอลเลย์บอล, สนุกเกอร์, แบดมินตัน และกอล์ฟ เข้าร่วม
  โดยผู้ว่าการ กกท. นายกนกพันธุ์  จุลเกษม  กล่าวว่า กกท.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการวางรากฐานด้านกีฬาอาชีพ ทั้ง 13 ชนิดกีฬาที่ กกท.ให้การสนับสนุน ประกอบด้วย กอล์ฟ, เทนนิส, โบว์ลิ่ง, วอลเลย์บอล, เซปักตะกร้อ ,แข่งรถยนต์, แข่งรถจักรยานยนต์ สนุกเกอร์, ฟุตบอล, เทเบิลเทนนิส, มวยไทย, แบตมินตันและบาสเกตบอล ดังนั้นในปีงบประมาณ 2555 ฝ่ายการกีฬาอาชีพและกีฬามวย ได้ดำเนินโครงการอคาเดมี่( ACADEMY) กีฬาอาชีพ เพื่อพัฒนาศักยภาพและความสามารถของนักกีฬาในระดับเยาวชน เพื่อขึ้นมาทดแทนรุ่นพี่และสร้างผลงานโดดเด่นจากการแข่งขันจนก้าวสู่ทีมชาติและต่อยอดไปเป็นกีฬาอาชีพต่อไปได้
  โดย กกท.ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการจัดโครงการอคาเดมี่  จำนวน 6 ชนิดกีฬานำร่อง คือ ฟุตบอล จำนวน 1,500,000 บาท, เทนนิส จำนวน 2,000,000 บาท, วอลเลย์บอล จำนวน 900,000 บาท, สนุกเกอร์ จำนวน 1,350,000 บาท, แบตมินตัน จำนวน 500,000 บาท และกอล์ฟ จำนวน 1,350,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,600,000 บาท
  “จริงๆแล้ว ไม่ใช่นโยบายใหม่ เพราะทาง กกท.ได้ทำกันมานานแล้ว แต่เราได้ขยายขอบเขตอคาเดมี่  ที่ไม่ได้เป็นในส่วนของสมาคม ให้มีส่วนในการได้รับการสนับสนุน ส่วนขั้นตอนวิธีการสร้างนักกีฬาทีมชาตินั้น เราต้องใช้ปัจจัยหลายๆอย่างและใช้เวลาพอสมควร และผู้ที่จะบ่มเพาะได้ดีที่สุดก็คือ สถาบันต่างๆที่ฝึกสอนกีฬานั้นๆ ทาง กกท.จึงเห็นความสำคัญตรงจุดนี้ เลยอยากให้การสนับสนุน ที่มีอยู่แล้วให้มีการพัฒนาที่ดีกว่าเดิม” นายกนกพันธุ์   กล่าว




ข่าวการศึกษา+ไอที



กบข.มอบสิทธิ์พิเศษให้สมาชิกเกษียณอายุราชการ "ออมต่อ กิน-เที่ยวฟรี" หวังกระตุ้นสมาชิกบริหารเงินออม เพื่อความเพียงพอหลังเกษียณ

                นางสาวโสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือ กบข. เปิดเผยว่า กบข.ได้จัดโครงการ “ออมต่อ รอรับสิทธิ์” มอบสิทธิ์พิเศษให้กับสมาชิก กบข. ที่เกษียณอายุราชการในปีนี้และฝากเงินออมให้ กบข.บริหารต่อ เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อาทิ ไหว้พระ 9 วัด เสริมสิริมงคลหลังเกษียณอายุราชการ การอบรมการใช้อินเตอร์เน็ต iPad และ Facebook โดยกิจกรรมดังกล่าวถือเป็นการรณรงค์ให้สมาชิก กบข. ที่เตรียมตัวเกษียณอายุราชการในช่วงเดือนกันยายน “ออมต่อ” กับ กบข. เพื่อความต่อเนื่องในการบริหารเงินออมให้งอกเงย และเพียงพอสำหรับใช้จ่ายเมื่อหลังเกษียณอายุราชการไปแล้ว
ทั้งนี้ สมาชิก กบข. สามารถเลือกรูปแบบการออมต่อได้ 4 รูปแบบตามความต้องการ คือออมต่อทั้งจำนวน , ขอรับเงินคืนบางส่วน ที่เหลือออมต่อ , ขอรับเงินคืนเป็นงวด ๆ และขอรับเงินคืนบางส่วน ที่เหลือขอทยอยรับเป็นงวด ๆ สำหรับสมาชิก กบข.ที่สนใจออมต่อ โทร 1179 กด 6 หรือศึกษารายละเอียดได้ที่ www.gpf.or.th




งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2555 วันแรกคึกคัก

            บรรยากาศภายในงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ 2555 วันแรกเป็นไปด้วยความคึกคัก มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมชมงานอย่างคับคั่ง
งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 17-31 สิงหาคมนี้ ณ ศูนย์ประชุมและนิทรรศการไบเทค บางนา พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ปีนี้ คือ น้องเก้า จิรายุ ละอองมณี และ มาร์กี้ ราศรี บาเลนซีเอก้า โดยดร.พิชัย สนแจ้ง ผู้อำนวยการองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ในฐานะผู้รับผิดชอบการจัดงานครั้งนี้ กล่าวว่า งานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ได้รับความร่วมมือจาก 7 กระทรวง หน่วยงานต่างประเทศ 9 ประเทศ รวมทั้งสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนกว่า 150 หน่วยงาน ซึ่งในปีนี้ได้จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรมมากมายโดยเพิ่มกิจกรรมที่สามารถรองรับทุกเพศทุกวัย ให้ทุกคนได้มีโอกาสร่วมสนุก ทดลองกิจกรรมต่างๆที่จัดขึ้น นอกจากนี้ ภายในงานยังมอบรางวัลพระราชทานนักวิทยาศาสตร์ไทยดีเด่น การแข่งขันวิทยาศาสตร์ เพื่อการนำเทคโนโลยีและมัลติมีเดียใหม่ ๆ มาใช้ในการจัดแสดง เพื่อสร้างประสบการณ์ เปิดมุมมองการเรียนรู้ใหม่ ๆ อย่างสนุกสนาน
สำหรับความพร้อมของการจัดงาน ดร.พิชัย กล่าวว่า ได้เตรียมการรองรับผู้เข้าร่วมชมงานที่มีจำนวนกว่า 1 ล้านคนในแต่ละปีทั้งความพร้อมของสถานที่และระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ระบบการจราจรภายในสถานที่ การรักษาความปลอดภัย รวมทั้งเจ้าหน้าที่จะคอยดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้เข้าชมงานที่มาเป็นหมู่คณะ ทั้งนี้ บรรยากาศภายในงานมีประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ที่ทางโรงเรียนพามาเรียนรู้วิทยาศาสตร์นอกห้องเรียนกันตั้งแต่ประตูเข้างานเปิดในเวลา 09.00 น. โดยผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมชมงานได้ตั้งแต่เวลา 09.00 -20.00 น




สท. จัดเสวนาสื่​อ " สื่อ..อย่า​งไร..แค่ไห​น..เหมาะสม " เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความรู้เกี่ยวกับการนำเสนอของสื่อผ่านมุมมองของทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค

              สำนักงานส่​งเสริมสวัส​ดิภาพและพิ​ทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้​อยโอกาส และผู้สูงอา​ยุ จัดเสวนาสื่​อ " สื่อ..อย่า​งไร..แค่ไห​น..เหมาะสม " เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความรู้เกี่ยวกับการนำเสนอของสื่อผ่านทางมุมมองของทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภคสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดเสวนาสื่อ " สื่อ..อย่างไร..แค่ไหน..เหมาะสม "โดยมีนายปิ่นชาย ปิ่นแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ (สท.) เป็นประธาน ซึ่งการจัดเสวนาสื่อขึ้นในครั้งนี้ เนื่องจากในปัจจุบันมีสื่อจำนวนมากที่นำเสนอข่าวสารกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาทางสังคมทั้งในกรณีที่เป็นผู้กระทำ และถูกกระทำ อาทิ ปัญหาการทะเลาะวิวาท การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาของเด็กและเยาวชน ซึ่งส่งผลต่อการดำเนินชีวิตของกลุ่มเป้าหมาย การเสวนามีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งเน้นการสร้างความรู้เกี่ยวกับการนำเสนอของสื่อผ่านทางมุมมองของทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภคตลอดจนการเตรียมความพร้อมแก่นิสิต นักศึกษา ที่กำลังศึกษาด้านสื่อสารมวลชนได้มีความรู้และเข้าใจถึงสิทธิของกลุ่มเป้าหมาย และผลกระทบที่เกิดจากการนำเสนอข่าวที่ละเมิดสิทธิ์สำหรับการเสวนาในครั้งนี้มีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค นายเกษม จันทร์น้อย คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย นายวรวิทย์ ศรีอนันต์รักษา บรรณาธิการข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ และนายพชรพรรษ์ ประจวบลาภประธานเครือข่ายยุวทัศน์ กรุงเทพมหานคร
 



รองอธิการมธ.เปิดใจให้ข้ามเพศแต่งหญิงรับปริญญา

             นายอุดม รัฐอมฤต รองอธิการบดี ฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงการที่มธ.อนุญาตให้นศ.ชายที่มีจิตใจเป็นหญิงแต่ง กายหญิงเข้ารับปริญญาว่าทางมธ.เริ่มมาตั้งแต่ปี 53 ที่มีนศ.ทำเรื่อง ขออนุญาตมาที่มหาวิทยาลัย ตอนนั้นพอดี ทางสำนักเลขาธิการ สำนักพระราชวังมาตรวจความเรียบร้อย ทางเราก็เลยปรึกษาว่า ถ้ามีนศ.ชายที่แต่งกายเป็นหญิงเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ทาง สำนักเลขาธิการ เห็นว่าอย่างไร ซึ่งท่านก็ให้คำแนะนำกว้าง ๆ ว่าให้ยึดหลักของความเรียบร้อยเป็นที่ตั้ง ทางมธ.ก็เลยมาตีความว่า ท่านคงไม่ขัดข้อง และได้มีการอนุญาตให้นศ. ปี 53 แต่งหญิงรับปริญญาหลังจากนั้น ปีนี้ก็มีนศ. ทำเรื่องขออนุญาตมาอีก จำนวน 4 คน ซึ่งเราก็อนุญาตหมด และเท่าที่สังเกตก็มีเด็กนศ.คณะศิลปกรรม หลายคนที่มีลักษณะเป็นหญิงค่อนข้างเยอะ แต่ก็ไม่มีใครยื่นเรื่องมาเพิ่มเติม 

" มีการนำเรื่องนี้เข้าคณะกรรมการบริหารของสภามหาวิทยาลัย ตอนนั้นก็ไม่มีใครกล้าที่จะตัดสินใจ แต่ที่ประชุมเราก็ไม่ขัดข้อง ไม่คัดค้าน เพียงแต่ กังวลว่า ตอนเรียกชื่อจะเรียกอย่างไร ขานชื่อเข้ารับปริญญา แต่สุดท้ายก็ไม่มีปัญหาเพราะปกติไม่ได้ใช้ชื่อนำหน้าอยู่แล้ว" นายอุดม กล่าว และว่า ส่วนเรื่องใบรับรองแพทย์ ก็ตัดสินใจกันในที่ประชุมฝ่ายบริหารเมื่อปี 53 นั่นแหละ ว่าจะใช้เกณฑ์อะไร เพื่อจะรับรองว่าจิตใจเขาเป็นหญิง ก็ใช้ให้มีใบรับรองแพทย์ ออกมาและคิดไปถึงขั้นจะมีการปลอมตัวมั้ย 

" แต่เรามาคิดดูว่า วันที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิต ของเขา เขาก็คงอยากแต่งสวยที่สุด เขาเป็นผู้หญิงเขาก็คงอยากสวยที่สุดในวันนั้น คงไม่มีผู้ชายคนไหนอยากใส่กระโปรงและคงไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากใส่กางเกง" อุดม กล่าว 

ส่วนประเด็นที่มีการพูดว่ากะเทยล่ำ อาจจะไม่ให้แต่งหญิง นั่น ตนว่า อาจจะเข้าใจกันผิดประเด็นไป ไม่ใช่บอกว่าไม่สวยห้ามแต่งหญิงรับปริญญา เพียงแต่ว่า คงต้องดูพฤติกรรม ของเขาที่ผ่านมา ว่า เขามีพฤติกรรมอย่างไร และหากเขาใจเป็นหญิงและประสงค์จะแต่งหญิงรัปริญญาก็ยื่นเรื่องเข้ามา ทางมหาวิทยาลัยก็จะพิจารณาเป็นรายๆ ไป




ข่าวสาธารณสุข



อธิบดีกรมอนามัย พร้อมคณะติดตามเข้าดูงานการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย

                อธิบดีกรมอนามัย พร้อมคณะติดตามเข้าดูงานการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วย เครื่องเอ็กซเรย์เต้านม ของโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ที่โรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ดร.นายแพทย์สมยศ ดีรัศมี อธิบดีกรมอนามัย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้นำคณะสื่อมวลชนเดินทางมาทำการศึกษาดูงานการคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเครื่องเอ็กซเรย์เต้านม ของโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี โดยมี นพ.กิติศักดิ์ เทพสุวรรณ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรี ให้การต้อนรับ และบรรยายสรุป ถึงสถานการณ์โรคมะเร็งเต้านมในปัจจุบัน ของโรงพยาบาลมะเร็งชลบุรีซึ่งในปัจจุบันจะมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการฉายรังสีจากโรคมะเร็งชนิดต่าง ๆ ประมาณ 60-100 รายต่อวัน ซึ่งอยู่ในขีดความสามารถที่โรงพยาบาลสามารถรองรับได้ ส่วนผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเต้านมนั้น ทางโรงพยาบาลสามารถให้บริการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ โดยใช้เวลาในการตรวจไม่เกินรายละ 20 นาที ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทำให้การวินิจฉัยโรคสะดวกและแม่นยำมากขึ้น
นอกจากนี้ จะจัดตั้งหน่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมเคลื่อนที่ทั่วประเทศ จำนวน 5 หน่วย ซึ่ง 1 หน่วยจะดูแล 1 ภาค เพื่อให้สตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาสที่อยู่ห่างไกล ได้รับการบริการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมที่ทั่วถึงด้วย




ไข้เลือดออกระบาดหนักในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ

             โรคไข้เลือดออกระบาดหนักในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ตลอดทั้งปีมีเด็กป่วยแล้วกว่า 700 คน เพียงสัปดาห์เดียวในโรงเรียนบ้านช่อระกา ต.นาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ พบเด็กป่วยนับ 10 ราย หนักสุดถึงขั้นสมองอักเสพ สาธารณสุขอำเภอต้องส่งทีมพ้นหมอดควันออกพ้นหมอกควันกำจัดยุงลายเป็นการด่วน
โดยในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ ในช่วงนี้พบมีการแพ ร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกเป็นอย่างหนัก รายงานจากสำนักสาธารณะสุขจังหวัดชัยภูมิ ตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 255 พบผู้ป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกแล้วกว่า 700 ราย ผู้ป่วยมากที่สุดมีอายุระหว่าง 7 – 14 ปี ระบาดมากในช่วงนี้มีเด็กป่วยด้วยโรคไข้เลือดออกเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลชัยภูมิอย่างต่อเนื่องทุกวัน การดูแลฉีดพ้นหมอกควันกำจัดยุงลายยังไม่ครอบคลุม และต่อเนื่อง ทำให้ยอดเด็กป่วยด้วยโรคเลือดออกสูงขึ้น รวมถึงที่โรงเรียนบ้านช่อระกา ตำบลนาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ ซึ่งเปิดเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล ถึงชั้น ม.3 มีเด็กนักเรียนจำนวน 160 คน ในสัปดาห์นี้มีเด็กป่วยเป็นไข้เลือดออกต้องหยุดเรียนกว่า 10 คน บางคนป่วยหนักถึงไข้ขึ้นสมอง จนสมองอักเสพ รวมถึงเด็กหญิงสุพัตรา คำภีระ อายุ 14 ปี นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนบ้านช่อระกา ต้องหยุดเรียนพักรักษาตัวด้วยไข้เลือดออกมาตั้งแต่วันอังคารที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลชัยภูมิ 1 คืน ขณะนี้ยังคงนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน จนกว่าจะหายป่วยเป็นปกติจึงจะไปเรียนหนังสือ ภายหลังสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิทราบเรื่อง ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอำเภอเมืองชัยภูมิ เร่งให้เจ้าหน้าที่ออกไปฉีดพ้นหมอกควันกำจัดยุงลายเป็นการด่วน
นางดอกรัก คำภีระ มารดาเด็กหญิงสุพัตร ราษฎรบ้านโนนเหลี่ยม หมู่ที่ 17 ต.นาฝาย อำเภอเมืองชัยภูมิ ที่ให้ลูกสาวไปเรียนหนังสือที่โรงเรียนบ้านช่อระระกา ได้เล่าให้ฟังว่าลูกสาวเริ่มป่วยคิดว่าเป็นไข้ธรรมด่ นอนทรม 2 วันไม่ดีขึ้น พาไปรักษาตัวในโรงพยาบาลชัยภูมิ จึงรู้ว่าป่วยด้วยโรคไข้เลือดออก รวมถึงเด็กในหมู่บ้านป่วยติด ๆ กัน 4 คน อยากให้มีการพ้นหมอกหมอกควันกำจัดยุงลายในหมู่บ้าน โดยเฉาะที่โรงเรียนซึ่งมีเด็กอยู่รวกันเป็นจำนวนมาก




ข่าวเศรษฐกิจ



บางจากลดราคาเบนซิน-โซฮอล์50สต./ลิตร

             บมจ.บางจาก ปิโตรเลียม(BCP) ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลงอีกลิตรละ 50 สตางค์ โดยมีผลตั้งแต่เวลา 05.00 น.วันพรุ่งนี้(18 ส.ค.2555) เป็นต้นไป

ทั้งนี้ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันของบางจากฯ ตามสถานีในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในวันพรุ่งนี้จะเป็นดังนี้ เบนซิน 91 อยู่ที่ 43.05 บาท/ลิตร, E85 อยู่ที่ 22.48 บาท/ลิตร, E20 อยู่ที่ 34.68 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 38.13 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 35.68 บาท/ลิตร ส่วนดีเซลอยู่ที่ 29.99 บาท/ลิตร เช่นเดิม




กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อต่างๆ จัดกิจกรรมลดราคาสินค้าที่เข้าร่วมรายการสูงสุด 70 เปอร์เซนต์ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 92 ปี กระทรวงพาณิชย์ และลดภาระค่าครองชีพประชาชน

            นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันนี้ (17 สิงหาคม) ถึงวันที่ 22 สิงหาคม ห้างสรรพสินค้าและร้านสะดวกซื้อทุกแห่ง เกือบทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมใจกันลดราคาสินค้าตั้งแต่ 5-70 เปอร์เซนต์ เพื่อฉลองในโอกาสครบรอบ 92 ปี กระทรวงพาณิชย์ เป็นการคืนกำไรให้กับประชาชน ลดภาระค่าครองชีพ กระตุ้นเศรษฐกิจภายใน และชะลอการปรับราคาสินค้า โดยประชาชนสามารถสังเกตเครื่องหมาย 92 ปี กระทรวงพาณิชย์ ได้ที่สินค้าที่ร่วมรายการ นอกจากนี้ ที่กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดมหกรรมสินค้าราคาพิเศษวันพาณิชย์เฉลิมพระเกียรติ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้วันสุดท้าย โดยนำสินค้าธงฟ้า สินค้าโอท็อป สินค้าอุปโภคบริโภคราคาถูกมาจำหน่ายให้กับประชาชน อาทิ เนื้อหมูลดราคาจาก 110 บาท เหลือ 85 บาทต่อกิโลกรัม, น้ำมันปาล์มจากขวดละ 42 บาทเหลือ 37 บาท, ไข่ไก่ เบอร์ใหญ่ 30 ฟองจาก 89 บาท เหลือ 70 บาท, น้ำตาลทราย จาก 23.50 บาท เหลือ 20 บาทต่อกิโลกรัม พร้อมจัดปาฐกถาพิเศษ "จุดเปลี่ยนการค้าโลก ประเทศไทยจะเดินอย่างไร" ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าและเศรษฐกิจไทย เข้าร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น อาทิ นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา หรือ อังค์ถัด นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ จึงขอเชิญชวนประชาชนทั่วไปมาร่วมกันขับเคลื่อนการค้าของประเทศ ด้วยการสนับสนุนสินค้าไทย
ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้วางแผนและเตรียมมาตรการต่าง ๆ รองรับผลกระทบจากวิกฤตยูโรโซน ด้วยการกระจายตลาดการส่งออกอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียน จีน และอินเดียเพิ่มขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงของเศรษฐกิจไทย




บมจ.ธนาคารกรุงไทย ปรับวงเงินสินเชื่อสำหรับผู้กู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ปี พ.ศ. 2554 จากเดิม รายละ ไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท

             นายธีระพงษ์ โสดาศรี อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า กรมประชาสัมพันธ์กับ บมจ.ธนาคารกรุงไทย (“ธนาคาร”) ได้ลงนามร่วมกันในบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อโครงการกู้เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุคลากรในสังกัด ฉบับลงวันที่ 4 มิถุนายน 2546 และบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อโครงการเงินกู้เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุคลากรในสังกัด ครั้งที่ 1 ฉบับลงวันที่ 22 กันยายน 2551 และบันทึกข้อตกลงการให้สินเชื่อโครงการเงินกู้เพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุคลากรในสังกัด ครั้งที่ 1 ฉบับลงวันที่ 22 กันยายน 2551 ครั้งที่ 2 ฉบับลงวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2553 ซึ่งต่อไปนี้จะรวมเรียกว่า “บันทึกข้อตกลงเดิม” ภายในวงเงินรวม 1,000.0 ล้านบาท (หนึ่งพันล้านบาท) และธนาคารได้พิจารณาปรับเพิ่มวงเงินสินเชื่อสำหรับผู้กู้แต่ละรายการจากเดิม รายละ ไม่เกิน 1 ล้านบาท เป็นรายละไม่เกิน 3 ล้านบาท เพื่อให้เป็นไปตามประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าวข้างต้น โดยมีอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขอื่นๆตามที่ระบุไว้ในบันทึกข้อตกลงเดิม และให้ถือว่าหนังสือฉบับนี้ เป็นส่วนหนึ่งของบันทึกข้อตกลงเดิมด้วย




รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยืนยัน โครงการรับจำนำข้าวประสบความสำเร็จ สามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาวนาได้กว่า 2 ล้านครัวเรือน มั่นใจส่งออกข้าวปีนี้ได้ตามเป้าหมาย 8 ล้านตัน

               นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ว่า ประสบความเร็จด้วยดี ซึ่งเป็นนโยบายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกร และทำให้เกษตกรมีรายได้สูงขึ้น เนื่องจากชาวนาได้รับเงินจากการเข้าโครงการรับจำนำมากขึ้นกว่า 2 ล้านครัวเรือน จากจำนวนชาวนาทั้งหมดที่มาขึ้นทะเบียนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประมาณ 3 ล้านครัวเรือน โดยโครงการรับจำนำข้าวนาปี มีข้าวเข้าโครงการปริมาณ 6.9 ล้านตันข้าวเปลือก และนาปรังประมาณ 10 ล้านตันข้าวเปลือก รวมปริมาณทั้งสิ้นประมาณ 16.9 ล้านตันข้าวเปลือก ซึ่งจะช่วยยกระดับราคาข้าวเปลือกในประเทศสูงขึ้นกว่าปีก่อน เฉลี่ยประมาณ 11,000 บาทต่อตัน ในขณะที่ราคาตลาดโลกราคาข้าวทุกชนิดเฉลี่ยที่ 678 เหรียญต่อตัน ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าปีก่อน ราคาเฉลี่ยที่ 500 เหรียญต่อตัน ดังนั้นเชื่อว่า 2-3 ปีหลังจากนี้ชาวนาจะสามารถปลดหนี้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ยังกล่าวถึงกรณีที่หลายฝ่ายออกมาระบุว่าไทยได้เสียแชมป์ประเทศผู้ส่งออกข้าวให้กับประเทศเพื่อนบ้าน ว่า เป็นการกล่าวหาที่เร็วเกินไป เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลอยู่ในระหว่างการเร่งเจรจาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี โดยเฉพาะขายล็อตใหญ่ให้กับรัฐบาลอินโดนีเชียปริมาณ 1 ล้านตัน ซึ่งอยู่ระหว่างหารือ อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าตลอดปี 2555 ไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ประมาณ 8 ล้านตัน 




สำนักงานเกษตรจังหวัดสุรินทร์ ติวเข้ม เครือข่าย 4 จังหวัดอีสานตอนล่าง มีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ 9.36 ล้านไร่ เกษตรกร 520,454 ครัวเรือน มูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท พร้อมรับทราบถึงผลกระทบต่อการเปิดการค้าเสรีต่อข้าวไทย และหาแนวทางพัฒนาด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาดร่วมกันเพื่อผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพแข่งขันระดับโลก

              ที่ห้องประชุมสำนักงานชลประทานสุรินทร์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ นายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เปิดสัมมนาเครือข่ายการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดีสู่สากล ปี 2555 กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 1 ประกอบไปด้วย จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ ชัยภูมิ และจังหวัดสุรินทร์ มีพื้นที่ปลูกข้าวหอมมะลิ ทั้ง 4 จังหวัด กว่า 9.36 ล้านไร่ เกษตรกร 520,454 ครัวเรือน พื้นที่ทั้งประเทศ 19 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 49.26 ของพื้นที่ปลูกทั่วประเทศ ผลผลิตเฉลี่ย 430 กิโลกรัม/ไร่ ผลิตรวม 4.02 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 60,000 ล้านบาท

ซึ่งเกษตรกรยังมีปัญหาผลผลิตไม่ได้มาตรฐาน ต้นทุนการผลิตสูง ผลผลิตต่อไร่ต่ำ ขาดความรู้เรื่องการผลิตข้าวไม่ได้มาตรฐาน GAPและขาดการเชื่อมโยงกลุ่มการผลิต การแปรรูปและการตลาด หากมีการแก้ไขปัญหาและพัฒนาการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำได้ จะสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกรผู้ผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพเพิ่มมากขึ้น
นายไพสิฐ เกตุสถิตย์ เกษตรจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า การสัมมนาเครือข่ายการผลิตข้าวหอมมะลิคุณภาพดีสู่สากลครั้งนี้ จะได้รับทราบถึงผลกระทบต่อการเปิดการค้าเสรีต่อข้าวไทย และศักยภาพเกษตรกรไทยในการสร้างเครือข่ายการผลิตข้าวหอมมะลิ จากวิทยากรรับเชิญชื่อดัง พร้อมเดินทางทัศนศึกษางานจากสหกรณ์กองทุนข้าวสุรินทร์และกลุ่มผู้ผลิตข้าวอินทรีย์ ทั้งนี้เพื่อการแข่งขันในตลาดโลก พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์และแนวทางพัฒนาด้านการผลิต การแปรรูป การตลาดและการเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตข้าวหอมมะลิของกลุ่มจังหวัด
การสัมมนาในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมประกอบไปด้วย เกษตรกร กลุ่มเกษตรกร กลุ่มผู้แปรรูปผู้ประกอบการโรงสีข้าวหอมมะลิ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง จำนวน 120 คน ซึ่งมาจากจังหวัดนครราชสีมา 30 คน จากจังหวัดชัยภูมิ 30 คน จากจังหวัดบุรีรัมย์ 30 คน และจังหวัดสุรินทร์ 30 คน




กระทรวงเกษตรฯ จัดการประกวดเส้นไหมไทยพื้นบ้าน ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผลิตภัณฑ์หม่อนไหมระดับประเทศประจำปี 2555 สร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกร

               นางสาวสุพัตรา ธนเสนีวัฒน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กรมหม่อนไหมจะจัดการประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผลิตภัณฑ์หม่อนไหม ในระดับประเทศประจำปี 2555 ในวันที่ 22 สิงหาคม 2555 ณ อาคารจักรพันธ์เพ็ญศิริ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ที่ทรงมีพระราชดำริให้จัดประกวดผ้าไหมเป็นประจำทุกปี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เยาวชน เกษตรกร ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจ ภูมิใจ และตื่นตัวในการรักษาวิธีการผลิตไหมไทยให้อยู่คู่กับชุมชนและท้องถิ่น และส่งเสริมเกษตรกรให้มีรายได้ที่ยั่งยืนต่อไป
นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวเพิ่มเติมว่า การประกวดเส้นไหม ผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน และผลิตภัณฑ์หม่อนไหมในระดับประเทศในปีนี้ มีการประกวดทั้งสิ้น 33 ประเภท รวมถึงการจัดแสดงนิทรรศการ ผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับไหมไทย และการจัดแสดงผ้าไหมดาหลา ผืนแรกในไทยด้วย




อธิบดีกรมหม่อนไหม คาดว่าสามารถเพิ่มจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมได้ภายในสิ้นปีนี้

               นายประเสริฐ โกศัลวิตร อธิบดีกรมหม่อนไหม เปิดเผยว่า สถานการณ์เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมในปัจจุบัน เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ รวมถึงเกษตรกรรุ่นใหม่หันไปปลูกพืชชนิดอื่น ๆ ที่มีราคาสูง ซึ่งทำให้เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีจำนวนลดน้อยลง แต่คาดว่าจะสามารถเพิ่มจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมได้ โดยกรมหม่อนไหมจะทำการส่งเสริมให้ความรู้กับเกษตรกรรุ่นใหม่ รวมทั้งการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาช่วยในการลดต้นทุนในการผลิต และสร้างความเข้าใจกับเกษตรกรว่าอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมมีความยั่งยืน และให้ผลตอบแทนรวดเร็วเมื่อเทียบกับอาชีพอื่น ๆ ประกอบกับขณะนี้เส้นไหมดิบมีราคาสูงขึ้น จึงคาดว่าน่าจะ ทำให้ผู้ที่เลิกปลูกหม่อนเลี้ยงไหมกลับมาประกอบอาชีพเดิมได้ และสามารถเพิ่มจำนวนเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมได้ภายในสิ้นปีนี้




นายบรรหาร ศิลปอาชา คาด ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ จะแล้วเสร็จไม่เกินเมษายน 2556

                นายชุมพล ศิลปอาชา รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมเป็นประธานประชุมตรวจติดตามการดำเนินงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างศูนย์ ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ ณ ห้องประชุมอาคารศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ารายงานความคืบหน้าการก่อสร้างในส่วนต่างๆ
นายบรรหาร ศิลปอาชา กล่าวว่า ขณะนี้อาคารส่วนใหญ่รวมทั้งอุปกรณ์ทั้งหมดจะแล้วเสร็จประมาณปลายเดือนกันยายน 2555 ในส่วนของเก้าอี้ ครุภัณฑ์ และเครื่องเสียง จะแล้วเสร็จประมาณกลางเดือนตุลาคม 2555 แต่ยังขาดอาคารที่ประทับ รวมงบประมาณที่ต้องใช้ทั้งสิ้น 190 ล้านบาท ซึ่งต้องรองบประมาณของปี 2556 จึงจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ประมาณเดือน ตุลาคม ถึงพฤศจิกายน 2555 ใช้ระยะเวลา 6 เดือน ดังนั้น ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จะแล้วเสร็จทั้งหมดประมาณเดือน มีนาคม ถึง เมษายน 2556
ทั้งนี้ สมาคมนักธุรกิจไทยจีนได้เตรียมจัดงานที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ ช่วงต้นเดือนมีนาคม 2556 โดยจะมีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน ถือเป็นการทดลองจัด เพื่อหาข้อบกพร่องแล้วนำมาแก้ไขต่อไป




เผยไทยส่งออกยางพาราปีละกว่า 6.7 แสนล. เป็นอันดับ 1 ของโลก

                 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2555 นายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานคณะทำงานเศรษฐกิจมหภาค การเงิน การคลัง สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศ.) เปิดเผยในการสัมมนาเรื่องศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลูกพระดาบส (ยางพาราครบวงจร) ที่โรงแรมศิรินาถการ์ดเด้นท์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่า ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับ 1 ของไทย มีมูลค่าการส่งออกปีละกว่า 6.7 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ไทยยังส่งออกมาเป็นอันดับ 1 ของโลกด้วยตั้งแต่ปี 2534 เป็นต้นมา

สำหรับตัวเลขล่าสุดปี 2553 มีปริมาณผลผลิตยางพาราในประเทศ 3.2 ล้านตัน ส่งออกในรูปยางดิบ 2.8 ล้านตัน คิดเป็น 88% ของผลผลิตทั้งหมด สร้างรายได้กว่า 2.4 แสนล้านบาท ส่วนปริมาณที่เหลือใช้แปรรูปผลิตภัณฑ์ภายในประเทศคิดเป็น 14% ของผลผลิตทั้งหมดเพื่อส่งออกในรูปผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางสูงถึง 2.03 แสนล้านบาท ทั้งนี้ ตัวเลขดัง กล่าวทำให้รัฐบาลกำหนดนโยบายที่จะเพิ่มการใช้ยางในประเทศแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกให้ได้ถึง 20% ของปริมาณการผลิตทั้งหมด 

ทั้งนี้ จะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ที่เกี่ยวข้องกว่า 1 ล้านคน ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกยางพารา 16.74 ล้านไร่ กระจายอยู่ในทุกภาคของประเทศ เป็นพื้นที่กรีดยางได้แล้ว 11.37 ล้านไร่ ผลผลิตเฉลี่ย 278 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นรองเพียงอินโดนีเซียเท่านั้นที่มีพื้นที่ปลูกยางมากที่สุดในโลก ทั้งนี้ นโยบายของรัฐบาลที่ให้ขยายพื้นที่ปลูกยางพาราไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและ ภาคเหนือ จึงทำให้มีพื้นที่ปลูกเพิ่มขึ้น ทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงเมื่อเทียบกับการปลูกพืชไร่อื่นๆ ทั้งข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ข้าวโพด และถั่วเหลือง

ในส่วนของพื้นที่เชียงใหม่นั้นงานสัมมนาวันนี้ก็เพื่อชี้แจงการมีส่วนร่วมตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีเป้าหมายที่อ.พร้าว ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวอดีตมีความ สมบูรณ์อย่างมากเป็นพื้นที่ขุนน้ำสำคัญ 3 สาย คือ ขุนน้ำแจ๋ ขุนน้ำโป่ง และขุนน้ำแม่หลวง ที่เป็นต้นน้ำแม่งัด สาขาแม่ปิงตอนบน แต่ปัจจุบันพบว่าชนเผ่าที่อาศัยอยู่มีการบุกรุก แผ้วถางเพื่อทำไร่ หมุนเวียน ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมของพื้นที่ป่า ซึ่งปัจจุบันเหลือพื้นที่ป่าสมบูรณ์เพียง 9% เท่านั้น จากทั้งหมด 8.7 แสนไร่

"หลังจากรับฟังความคิดเห็นในวันนี้แล้วก็จะนำเสนอร่างโครงการศูนย์การเรียนรู้ชุมชนลูกพระดาบาส (ยางพาราครบวงจร) อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติงบ ประมาณในการดำเนินงาน เบื้องต้นปีแรกผมตั้งเป้าไว้ว่าจะสามารถปลูกยางพาราได้ 2 แสนไร่ ซึ่งก็ต้องขึ้นกับงบประมาณที่รัฐบาลจะจัดสรรให้ แต่ในอนาคตจะขยายครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 8.7 แสนไร่ เพื่อทำให้ป่าไม้กลับมาสมบูรณ์เหมือนในอดีตภายใน 5 ปี" นายอุทัย กล่าว

ในส่วนของเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกินและไม่เคยมีสวนยางมาก่อนนั้นจะใช้พรบ.กองทุนสงเคราะห์การทำยางพารา พ.ศ.2503 มาตรา 21 ทวิ มาสนับสนุน โดยจะจัดสรรพื้นที่ป่าที่ถูก ทำลายให้ครอบครัวละไม่น้อยกว่า 2 ไร่ แต่ไม่เกิน 15 ไร่ ให้ปลูกยางพาราด้วยการเพาะเมล็ดในถุง แล้วติดตายางพันธุ์ดีให้ปลูกยาวพาราไร่ละ 68 ตัน และระหว่างแถวยาวต้องบังคับให้ปลูกไม้เนื้อ แข็งรากลึก เช่น สัก มะค่า ประดู่ หรือชิงชัง ไร่ละ 25 ต้น ตามแนวครอนทรัวให้ปลูกหญ้างแฝกตามแนวคันดิน 

โดยระหว่าง 1-3 ปีให้ปลูกพืชแซมยาง เช่น ถั่ว ข้าวโพด กล้วย สับปะรด หลังจากนั้นให้ปลูกสมุนไพรร่วมกับยาง ส่วนด้านเชิงเขาจัดพื้นที่ให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการอาศัยให้คนอยู่กับ ป่าเศรษฐกิจตามพระราชเสาวนีย์ของพระบรมราชินีนาถก็จะทำให้ให้ไม่เกิดไฟป่าอีกด้วย 

นายอุทัย กล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าวได้มอบหมายให้โรงเรียนพร้าววิทยาคม ต.แม่ปั๋ง อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ว่างเปล่าประมาณ 5 ไร่ เป็นศูนย์กลางจัดการเรียนรู้การสอน ฝึก อบรมศิษย์พระดาบาส ตามแนวพอเพียง ทั้งหลักสูตรการปลูกแปลงกิ่งตายาง อบรมการติดตายาง อบรมการเพาะเมล็ดยาวในถุง อบรมทำดอกไม้ใบยาง อบรมทำผลิตภัณฑ์ยาง ฯลฯ ซึ่งในอนาคต อ.พร้าว จะกลายเป็นศูนย์กลางผลิตยางชำถุง ไม่ต้องจัดซื้อมาในราคาแพงอีกด้วย




เลขาธิการ สปส. เร่งทวงหนี้นายจ้างค้างเงินสมทบกว่า4พันล้านบาท ตั้งเป้าปีหน้าตามหนี้ได้มากกว่าครึ่ง

               นายจีรศักดิ์ สุคนธชาติ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) แถลงความคืบหน้าการดำเนินการเร่งรัดติดตามการค้างชำระเงินสมทบนายจ้างเข้ากองทุนประกันสังคม วงเงิน 4,047 ล้านบาท จากสถานประกอบการ 33,071 ราย ว่า วงเงินการค้างชำระแบ่งเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 คือนายจ้างที่ยังเปิดกิจการอยู่ แต่ค้างชำระกว่า 18,000 ราย ในวงเงิน 2,240 ล้านบาท ส่วนที่ 2 ที่หยุดกิจการแล้ว แต่ยังดำเนินธุรกิจด้านอื่น ๆ อยู่ 13,000 ราย ในวงเงิน 1,600 ล้านบาท และสถานประกอบการที่ปิดกิจการแล้ว และหนี้เป็นสูญ 600 ราย ในวงเงิน 100 ล้านบาท ซึ่งได้จ้างบุคลากรในการติดตามทวงหนี้จำนวน 168 คน และสามารถติดตามทวงหนี้ให้ลดลงได้กว่า 200 ล้านบาท ทั้งนี้ มั่นใจว่าในปีหน้าจะสามารถติดตามทวงหนี้ได้เพิ่มขึ้นอีกกว่า 2,000 ล้านบาท นอกจากนี้ สปส.ยังมีการตั้งกองทุนเงินกว่า 10,000 ล้านบาท มาช่วยเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ แต่หากผู้ประกอบการยังนิ่งเฉยในการชำระเงินสมทบ สปส.จะดำเนินการติดตามทวงหนี้อย่างจริงจัง เนื่องจากทำให้ สปส.สูญเสียโอกาสในการสร้างผลกำไรที่ สปส.จะนำไปลงทุน เพื่อมาเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนที่ในแต่ละปีสามารถสร้างกำไรร้อยละ 7 ต่อปี ซึ่งจากยอดค้างชำระดังกล่าว ทำให้ สปส.ขาดรายได้กว่าปีละ 280 ล้านบาท

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวอีกว่า เตรียมประสานความร่วมมือกับกรมสรรพากร และกรมสรรพสามิต เป็นช่องทางในการเก็บเงินสมทบ เพื่อป้องกันนายจ้างค้างชำระเงิน ขณะเดียวในปีหน้าจะมีนโยบายถนนปลอดหนี้ ให้กับ สปส. ทั่วประเทศ ในการทำงานเชิงรุก หากพบสัญญาณว่ามีนายจ้างรายใดจะค้างชำระเงินสมทบจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปชี้แจงและทำความเข้าใจไม่ให้สถานประกอบการในจังหวัดนั้นๆค้างเงินสมทบต่อไป




ทอท.ระดมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมก่อนท่าอากาศยานดอนเมืองเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

                ว่าที่เรืออากาศโท อนิรุทธิ์ ถนอมกุลบุตร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ทอท.ได้เชิญผู้บริหารระดับสูงกรมการบินพลเรือน บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง และคณะกรรมการดำเนินงานธุรกิจการบินกรุงเทพ ร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “Thailand Take off” ให้ข้อมูลการเตรียมความพร้อมในส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่สายการบิน ผู้ใช้บริการท่าอากาศยาน ถึงความพร้อมที่จะให้บริการของ ท่าอากาศยานดอนเมืองที่จะเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ โดยนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานสัมมนา พร้อมปาฐกถาพิเศษยุทธศาสตร์กระทรวงคมนาคมด้านการขนส่งทางอากาศ โดยเมื่อมีการใช้ท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่งระหว่างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และท่าอากาศยานดอนเมืองควบคู่กัน ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2555 ที่ให้ความเห็นชอบบทบาทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นท่าอากาศยานหลัก (Hub Airport) รองรับเที่ยวบินแบบเต็มรูปแบบ (Full Service) และเที่ยวบินที่มีการเชื่อมต่อ (Connecting Flight) เพื่อส่งเสริมให้เป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค และท่าอากาศยานดอนเมือง รองรับสายการบินต้นทุนต่ำ (Low Cost Carriers : LCCs) และ/หรือ เส้นทางการบินในประเทศและระหว่างประเทศแบบจุดต่อจุด (Point to Point) บนหลักการของความสมัครใจของสายการบิน เพื่อเป็นการใช้ท่าอากาศยานทั้ง 2 แห่งให้เกิดประโยชน์สูงสุด 
อย่างไรก็ตาม การสัมมนาจะแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มให้บริการอากาศยาน กลุ่มให้บริการผู้โดยสาร กลุ่มให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศและกลุ่มให้บริการเชื่อมต่อท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนงาน การจัดเตรียมบุคลากร รวมทั้งการให้ข้อคิดเห็นที่จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาการให้บริการของท่าอากาศยาน  




กรรมการผู้จัดการโรงแรมเก็นติ้ง อ.สุไหงโก-ลก เผยยอดจองห้องพักช่วงวันฮารีรายอซบเซา ซึ่งลดลงกว่าปีที่ผ่านมากว่า30 เปอร์เซ็นต์

                นายสมโภชน์ หงส์กิตติยานนท์ กรรมการผู้จัดการโรงแรมเก็นติ้ง เปิดเผยว่า แม้ในช่วงนี้จะใกล้เข้าสู่เทศกาลวันฮารีรายอของผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม แต่กลับพบว่าบรรยากาศการจองห้องพักของโรมแรมยังมีน้อยมาก โดยมียอดจองเพียง 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งลดลงมากกว่า30 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา ทั้งนี้คาดว่าเป็นผลมาจากเหตุระเบิดคาร์บอมส์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก เมื่อเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา
ขณะที่ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายมุสลิม ซึ่งมีทั้งร้านค้าที่มีอยู่เดิม และร้านค้าใหม่ที่เพิ่งเปิดเพื่อต้อนรับเทศกาลวันฮารีรายอ ก็มีลูกค้าทั้งประชาชนในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก และจากพื้นที่อำเภอใกล้เคียง รวมถึงชาวมาเลเซียที่นั่งเรือข้ามฝั่งเข้ามาเลือกซื้อสินค้ากันอย่างคึกคัก เช่นเดียวกับร้านทองซึ่งมีการเข้าไปเลือกซื้อทองรูปพรรณเพื่อนำมาสวมใส่ในเทศกาลวันฮารีรายอ และบางส่วนก็นำทองรูปพรรณที่มีอยู่เดิมไปเปลี่ยนเป็นเส้นใหม่เพื่อใช้ในเทศกาลดังกล่าวด้วย




สวท.พะเยา ร่วมกับ อบต.น้ำแวน จัดเวทีเสวนา “ลำไยพะเยา บนเส้นทางสู่ตลาดอาเซียน” ตามโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาลำไย ประจำปี 2555

              เช้าวันนี้ (17 ส.ค.55) ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำแวน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดพะเยา (สวท.พะเยา) ร่วมกับ อบต.น้ำแวน จัดเวทีเสวนา “ลำไยพะเยา บนเส้นทางสู่ตลาดอาเซียน” ตามโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาลำไย ประจำปี 2555 โดยมี น.ส.พิมพ์จันทร์ พรหมยศ นักวิชาการพาณิชย์ชำนาญการ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพะเยา , นายนเรศ ฝีปากเพราะ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา , นายต่วนกฤษ จันทนะ รองประธานวิสาหกิจชุมชน กลุ่มพัฒนาลำไย อ.เชียงคำ ,และนายปัญญา ศิริปุณย์ ผู้จัดการ ธกส.สาขาเชียงคำ เป็นวิทยากรร่วมเสวนา และนายการุณ มะโนใจ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ด้านงานเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา เป็นผู้ดำเนินรายการ ทั้งนี้เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาลำไยและการพัฒนาผลผลิตลำไยให้มีคุณภาพอย่างยั่งยืน โดยมีเกษตรกรชาวสวนลำไยอำเภอเชียงคำ กว่า 50 คน เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวทีเสวนาครั้งนี้
นายประพันธ์ เมฆโปธิ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลน้ำแวน กล่าวว่า ปัญหาที่เกษตรกรชาวสวนลำไย ไม่ว่าจะเป็นที่อำเภอเชียงคำหรืออำเภออื่นๆ พบเจอปัญหามากที่สุดคือ เรื่องของราคาผลผลิตลำไย ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด เช่น ราคาผลผลิตช่วงตอนต้นฤดูค่อนข้างดี แต่พอในช่วงกลางฤดูเป็นช่วงที่ผลผลิตออกมากส่งผลให้ราคาผลผลิตตกต่ำ อีกทั้งยังมีปัญหาด้านการขาดแคลนแรงงานภาคการเกษตร เพราะหากหมดช่วงฤดูลำไยส่วนใหญ่แล้วเกษตรกรมักจะมุ่งเน้นไปที่ภาคอุตสาหกรรมมากกว่า
ด้านนายนเรศ ฝีปากเพราะ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา กล่าว่า สถานการณ์การผลิตลำไยของจังหวัดพะเยาปีนี้ ออกสู่ตลาดไม่น้อยกว่า 29,000 ตัน และที่อำเภอเชียงคำจำนวน 12,000 ตัน ซึ่งมากกว่าปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันผลผลิตลำไยที่กำลังเก็บเกี่ยวเฉลี่ยแล้วเหลือเพียง 15% ทั้งจังหวัด นอกจากนี้ในปี 2558 ประเทศไทยจะเปิดเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ระบบตลาดจะมีการแข่งขันกันสูง หากเกษตรกรชาวสวนลำไยต้องการที่จะส่งผลผลิตลำไยออกไปสู่ประเทศเพื่อบ้านให้ได้ราคาที่เหมาะสม ควรต้องปรับระบบการผลิตใหม่โดยการผลิตลำไยให้มีระบบการจัดการคุณภาพ GAP ให้ได้คุณภาพตรงตามมาตรฐาน
ขณะเดียวกัน ด้านตัวแทนชาวสวนลำไยอำเภอเชียงคำ กล่าวว่า อยากให้มีการปลูกลำไยนอกช่วงฤดูกาล และต้องการให้ทาง ธกส. มีการปล่อยเงินกู้ในจำนวนที่เพิ่มขึ้นให้แก่เกษตรกรรายย่อยได้กู้ยืมไปลงทุนในการทำสวนลำไย




ค้านถนนผ่าเมืองกาญจน์ ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก

             ความคืบหน้ากรณีชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างถนนจำนวน 3 สาย คือ สาย ก. ข. และสาย ค.ของกรมทางหลวงชนบท ที่มีเส้นทางเวนคืนตัดถนนผ่าชุมชนเมืองกาญจนบุรี โดยเมื่อเวลา 14.00 น. ของวันที่ 17 ส.ค. 2555 นายพิชิญ สิทธิสร ทนายความกลุ่มชาวบ้านที่คัดค้านโครงการก่อสร้างถนน สาย ก. ข.และค. ได้เปิดเผยแนวทางการดำเนินการคัดค้านโครงการว่า จากการที่เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2555 ได้มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินในโครงการก่อสร้างถนนสาย ก. ข. และ ค.ที่ดำเนินโครงการโดยกรมทางหลวงชนบท ขณะนี้กำลังเป็นปัญหาที่เกิดผลกระทบขยายพื้นที่ที่ทำให้ประชาชนที่อยู่ในแนวเขตพื้นที่ตามประกาศเดือดร้อนวงกว้างขึ้น เพราะจากเดิมเมื่อ ปี 2552 ที่ผ่าน มีการประชุมหารือเกี่ยวกับความต้องการการตัดถนนสาย ข. โดยมีการเรียกประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนที่รร.ริเวอร์แคว ต.บ้านเหนือ อ.เมืองกาญจนบุรี ผลปรากฏว่าชาวบ้านไม่เอาโครงการนี้ไม่เห็นด้วยเพราะสร้างผลกระทบกับชาวบ้านและชุมชนเป็นอย่างมาก และปีต่อมา 2553 ก็มีข่าวออกมาว่าโครงการนี้ชะลอไว้ก่อน จนกระทั่งปี มีการประกาศพระราชกฤษฎีกาออกมาทำให้ชาวบ้านต่างมีความสงสัยจึงรวมกลุ่มเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ของชุมชนตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดสิทธิ์ไว้ 

นายพิชิญ กล่าวต่อว่า วันนี้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจึงต้องขอขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานหรือองค์กรต่างๆห้ช่วยมาตรวจสอบโครงการนี้ โดยล่าสุดได้ยื่นหนังสือต่อกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพราะเป็นการลัเมิดสอิทธิชุมชนขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ โดยสืบเนื่องจากการดำเนินโครงการภายใต้กรอบแนวคิดแบบเก่าทั้งนี้วันนี้บ้านเมืองกาญจนบุรีพัฒนาไปอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ โดยการที่ทางหลวงชนบทดำเนินโครงการโดยอ้างแนวถนนจากผังเมืองรวมปี 2543 ที่หมดอายุไปตั้งแต่ ปี 2547 ที่ผ่านมา ตรงนี้ข้อเท็จจริงที่ปรากฏโดยทั่วไปพบว่าสภาพภูมิประเทศในพื้นที่เขตชุมชนต่างๆทั้งในเขตตำบลท่อล้อ อ.ท่าม่วง และ ตำบลปากแพรก ตำบลบ้านใต้ ตำบลบ้านเหนือ ตำบลท่ามะขาม อ.เมืองกาญจนบุรีในปี 2543 กับในสภาพปัจจุบันมันการเปลี่ยนแปลงมากมาย ดังนั้นกรอบแนวคิดในการวางแผนการพัฒนาของส่วนราชการต่างๆต้องพิจารณาให้เหมาะสม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องคำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด ดังนั้นเมื่อมีการประกาศกฤษฎีกากำหนดพื้นที่เวนคืนในโครงการนี้สร้างผลกระทบต่อประชาชนก็เป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อปกป้องสิทธิ์ของตนเองและชุมชนตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2550 โดยตนจะดำเนินการรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อร่างสำนวนฟ้องศาลปกครองภายใน 90 วัน เพื่อร้องขอให้เพิกถอนประกาศดังกล่าวต่อไป




ข่าวภูมิภาค+สิ่งแวดล้อม



จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จับมือ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และสถาบันพระปกเกล้า สร้างบ้านลอยน้ำให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอบางปะหันต่อเนื่อง

               ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รับมอบบ้านลอยน้ำต่อยอดเพื่อให้ชุมชนมีโอกาสพัฒนาทักษะการเรียนรู้ การสร้างบ้านลอยน้ำบรรเทาอุทกภัย พร้อมมีรายได้เสริมในอนาคต
เช้าวันนี้ (17 ส.ค.55) ที่ทำการชุมชนกำนันวัดตาลเอน อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานเปิดโครงงาน "โครงการบ้านลอยน้ำ ชุมชนวัดตาลเอน" จากวิทยาลัยการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า เพื่อเป็นต้นแบบและนำร่องที่จะให้ประชาชนในชุมชนที่ประสบอุทกภัยนำไปเป็นแบบอย่าง โดยนายวิทยา ผิวผ่อง กล่าวว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่ประสบอุทกภัยเป็นประจำ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอบางปะหัน ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ดังนั้น การที่นักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า จัดทำโครงงานดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ชุมชนมีโอกาสพัฒนาทักษะในการเรียนรู้การสร้างบ้านลอยน้ำเพื่ออยู่อาศัย บรรเทาปัญหาจากอุทกภัย และเพื่อประโยชน์ในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ซึ่งสามารถเพิ่มรายได้ให้กับชุมชน จึงนับว่าเป็นการช่วยเหลือ สร้างความอบอุ่น และคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนและชุมชน รวมทั้ง ยังช่วยให้ประชาชนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตความเป็นอยู่ให้เข้ากับสภาพแวดล้อมในยามที่ประสบปัญหาอุทกภัย อย่างไรก็ตาม จากนี้ไปทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะจับมือกับ วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และสถาบันพระปกเกล้า สร้างบ้านลอยน้ำให้กับประชาชนต่อเนื่อง
สำหรับบ้านลอยน้ำดังกล่าวมีขนาด 5X5 ครึ่ง ตารางเมตร ลักษณะตัวโครงเป็นเหล็ก พื้นทำจากสมาร์ทบอร์ดกันชื้น ผนัง ทำจากไผ่สานหลังคามุงจาก มีถัง 200 ลิตร 16 ใบ รองรับน้ำหนักไว้ทั้งหมด ใช้เวลาก่อสร้าง 2 สัปดาห์ ราคาหลังแรก 4 หมื่นบาท ออกแบบโดย วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม และสถาบันพระปกเกล้า 




คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ จัดประชุมแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดเพชรบูรณ์

            วันนี้(17 สิงหาคม 55) เวลา 09.30 น. นายสุชาติ ราษฎร์ดุษดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เป็นประธานอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ณ ห้องประชุม ชั้น5 ศาลากลางจังหวัดเพชรบูรณ์ การจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการมีส่วนร่วมการยกร่างแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ร่วมกันทบทวนสถานการณ์ แนวโน้วด้านคนพิการระบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แนวคิดและนโยบายแล้วประมวลเป็นกรอบแนวคิด วิสัยทัศน์ เป้าประสงค์ ยุทธศาสตร์แนวทาง และการนำแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการสู่การปฏิบัติ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า แผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นแผนยุทธศาสตร์ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นกรอบและแนวทางในการดำเนินงานพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือคนพิการได้รับการคุ้มครองสิทธิ มีคุณภาพชีวิตที่ดีเต็มตามศักยภาพ มีส่วนร่วมในสังคมอย่างเต็มที่และเสมอภาคภายใต้สภาพแวดล้อมที่ปราศจาก อุปสรรคอันเป็นแนวทางที่เคารพในคุณค่า สิทธิความเสมอภาคและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
นอกจากนี้ ยังได้จัดให้มีการประชุมระดมความคิดเห็นต่อร่างแผนพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการ ปรับปรุงแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีความสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนนำไปจัดทำแผนปฏิบัติงานด้านคนพิการได้ อย่างมีประสิทธิผล และยังเป็นแนวทางในการติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานให้เกิดสัมฤทธิ์บรรลุตาม วิสัยทัศน์ที่กำหนด เพื่อให้คนพิการได้รับการคุ้มครองพิทักษ์สิทธิและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป




สำนักงานอัยการจังหวัดตราดจัดกิจกรรมประกวดภาพยนตร์สั้นตามโครงการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

              นางสาวเบญจวรรณ อ่านเปรื่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เปิดกิจกรรมประกวดภาพยนตร์สั้น ตามโครงการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง ซึ่งสำนักงานอัยการจังหวัดตราด ดำเนินการจัดขึ้น โดยเปิดโอกาสให้เยาวชนในสถานศึกษาต่าง ๆ สร้างภาพยนตร์สั้นความยาวไม่เกิน 5 นาทีเข้าร่วมประกวด เพื่อรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้กับนักเรียน นักศึกษา
นางวรรษา ชัยมณี อัยการจังหวัด สคช. ตราด กล่าวว่า การจัดกิจกรรมประกวดภาพยนตร์สั้นในครั้งนี้เป็นการสนองพระราชดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา ที่ทรงให้ความสำคัญในการรณรงค์เพื่อยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง โดยเฉพาะเป็นการมุ่งเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 และการคุ้มครองสิทธิเด็กและสตรี ให้กับเยาวชน และประชาชนทั่วไป โดยใช้สื่อภาพยนตร์สั้นมาช่วยประชาสัมพันธ์ในการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงให้เกิดเป็นรูปธรรม สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเยาวชนจากสถานศึกษา 6 แห่งร่วมส่งผลงานภาพยนตร์สั้นเข้าร่วมประกวด




จังหวัดสุรินทร์ เตรียมจัดงานต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้าง ประจำปี 2555 อย่างยิ่งใหญ่คาดว่าจะมีช้างเข้าร่วมกว่า 300 เชือก

                วันนี้ (17 สิงหาคม 2555) ที่ห้องประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ นายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานประชุมเตรียมการจัดงาน ต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้างสุรินทร์ ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-16 พฤศจิกายน 2555 ณ บริเวณอนุสาวรีย์พระยาสุรินทร์ภักดีศรีณรงค์จางวาง เพื่อเลี้ยงต้อนรับช้างเข้าเมืองกว่า 300 เชือกที่มาร่วมแสดงงานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ และเป็นส่วนหนึ่งของการประชาสัมพันธ์การจัดงานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ ประจำปี 2555 ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

สำหรับการจัดงาน "ต้อนรับและเลี้ยงอาหารช้างสุรินทร์” ได้จัดขึ้นครั้งแรกในปี 2543 และได้จัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีจนถึงปัจจุบัน นับเป็นเทศกาลงานประเพณี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นทีรู้จักของคนทั่วโลก ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวจังหวัดสุรินทร์ โดยมีกิจกรรมภายในงานที่ความหลากหลาย ดังนี้ วันที่ 15 พฤศจิกายน 2555 จะมีการการจัดประกวดขบวนรถอาหารช้างเคลื่อนที่ ของหน่วยงานต่างๆ ที่ตระการตาไปด้วยผักผลไม้ที่นำมาประดับตกแต่งขบวนรถอย่างอลังการ วันที่ 16 พฤศจิกายน 2555 การจัดขบวนแห่ต้อนรับช้างเข้าเมือง มีช้างจำนวนกว่า 300 เชือก ร่วมขบวนอย่างยิ่งใหญ่ และจะมีการเลี้ยงโต๊ะอาหารช้างความยาวกว่า 400 เมตร น้ำหนักอาหารกว่า 50 ตัน ซึ่งมีการบันทึกในกินเนสบุ๊ค เรคคอร์ด (Guinness Word Record) เมื่อปี 2546 ว่าเป็นการเลี้ยงบุฟเฟต์อาหารช้างที่ยิ่งใหญ่และยาวที่สุดในโลก นอกจากนี้ ยังมี กิจกรรมอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น การประกวดสาวงามเมืองช้าง การประกวดช้างสุขภาพดี ประกวดวาดภาพช้าง การประกวดเรียงความ และการแข่งขันหนุ่มสาวพลังช้าง และการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน เป็นต้น
นายพิภพ ดำทองสุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า เพื่อป้องกันปัญหาช้างตกมัน และช้างทำร้ายนักท่องเที่ยว จังหวัดสุรินทร์ได้มอบหมายให้ตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์ จัดการซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับมือกรณีเกิดเหตุช้างตกมัน หรือช้างทำร้ายร่างนักท่องเที่ยว โดยจะคัดเลือกช้างที่มีนิสัยดีมาร่วมงาน เพื่อให้การจัดงานมหัศจรรย์งานช้างสุรินทร์ ประจำปี 2555 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ยิ่งใหญ่ และสร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวทุกคน





ภัยแล้งนครศรีธรรมราช ระดมสรรพกำลังช่วยเหลือ ส่วนเขตเทศบาลขาดน้ำประปาแผนต่อไปของบ ครม.สัญจร 3 โครงการ

                 นายประสิทธิ์ ชรินานนท์ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 15 กล่าวว่า ปีนี้ภัยแล้งรุนแรงเกินกว่าที่คาดหมายไว้ อย่างไรก็ตามได้พยามแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน สถานการณ์ของภัยแล้งที่ฝนทิ้งช่วงมาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ความต้องการใช้น้ำของประชาชนเพิ่มขึ้น จากเดิมสภาพลุ่มน้ำปากพนังเป็นน้ำนอนคลองเชื่อมโยงกันทุกสาย ทั้งปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ ชะอวดแพรกเมือง เป็นสายหลัก ณ วันนี้เมื่อเจอวิกฤติภัยแล้ง น้ำในคลองซอยปริมาณลดลง น้ำในสายสายใหญ่ถูกสูบขณะนี้ใช้เครื่องสูบน้ำ 88 เครื่อง แยกเป็นพื้นที่ อ.เชียรใหญ่ 44 เครื่อง อ.ปากพนัง 24 เครื่อง อ.หัวไทร 13 เครื่อง ชะอวด 2 เครื่อง เฉลิมพระเกียรติ 3 เครื่อง ท่าศาลา,ทุ่งใหญ่แห่งละ 1 เครื่อง และใช้ดับไฟป่าอีก 7 เครื่องเพื่อสูบน้ำเข้าพรุควนเคร็ง เดินเครื่องทั้งหมด โดยน้ำที่ใช้เป็นน้ำในคลองสายหลักที่ไหลมาจากห้วยน้ำใส ที่เก็บกักไว้ 80 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยปล่อยวันละ 7 แสนลูกบาศก์เมตร ทำให้ 1 เดือนต้องปล่อยน้ำลงมา 21 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะนี้เหลือ 36 ล้านลูกบาศก์เมตร เรามีเวลาอีกเพียงเดือนกว่าเท่านั้นที่จะส่งน้ำลงมาได้

ซึ่งปัญหาในขณะนี้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคไม่มีปัญหา แต่ปัญหาเกิดขึ้นกับพื้นที่ทางการเกษตร ในลุ่มน้ำปากพนัง ส่วนพื้นที่อำเภอพิปูนไม่มีปัญหาเพราะยังมี อ่างกะทูน ดินแดงอยู่ โดยอ่างกะทูนมีน้ำอยู่ 68 % อ่างดินแดง 43 % เหลือน้อยเนื่องจากป็นโครงการพระราชดำริบรรเทาอุทกภัยไม่มีระบบส่งน้ำ อยากฝากเกษตรกรว่าต้องใช้อย่างประหยัดและรู้วิธี เพราะทุกจุดที่เกษตรกรขอรับเครื่องสูบน้ำเข้ามาได้สนับสนุนทุกจุด ในพื้นที่ไม่มีปัญหา ปริมาณน้ำที่เรามีอยู่ ในห้วยน้ำใสเพียงพอเลี้ยงแม่น้ำปากพนังและคลองสายหลัก ที่จะสูบน้ำเข้าระบบได้
สำหรับในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดที่มีน้ำนำสู่โรงกรองน้ำเพื่อผลิตน้ำประปา ขณะเดียวกันก็หาแหล่งน้ำดิบเพิ่มติมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในพื้นที่ใกล้ตัวเมืองนครศรีธรรมราช มีบ่อทรายที่มีน้ำขังอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้สำรวจอย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นบ่อของเอกชน ส่วนแผนในอนาคต ปีหน้าเสนอของบประมาณสร้างแก้มลิงทุ่งท่าลาดและบ้านตาล ทั้งสองจุด สามารถเก็บน้ำได้ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นน้ำสำรองเพื่อน้ำประปาในเขตเมือง และเตรียมโครงการเสนอโครงการต่อ ที่ประชุม ครม.สัญจร 3 โครงการได้แก่ แก้มลิง บ้านตาล แก้มลิงทุ่งท่าลาด และ อ่างเก็บน้ำที่วังหีบทุ่งสง ซึ่งที่วังหีบหากวิกฤติจริง ๆ ถือว่าไม่ไกลจากตัวเมืองมาก จะสามารถเชื่อมโยงระบบได้ ซึ่งได้เตรียม ข้อมูลเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดแล้ว





2 เขื่อนใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก

              2 เขื่อนใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรี มีสภาพมั่นคงแข็งแรง และยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก

นายบุญอินทร์ ชื่นชวลิต ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า จากที่ปัจจุบันเริ่มมีปริมาณฝนในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ทำให้สถานการณ์น้ำในปัจจุบัน ณ วันที่ 17 สิงหาคม น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณ 13,784.18 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 77.68 สามารถรับน้ำได้อีก 3,960.92 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับเขื่อนวชิราลงกรณ์ มีปริมาณ 6,684.62 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 75.45 สามารถรองรับน้ำได้อีก 2,175.38 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่การระบายน้ำของเขื่อนศรีนครินทร์ ระบายน้ำประมาณวันละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนวชิราลงกรณ์ ระบายน้ำประมาณวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร
สำหรับแผนการระบายน้ำดังกล่าว จะมีคณะทำงานวางแผนการเพาะปลูกพืชหน้าแล้ง จาก 11 หน่วยงาน และคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ อีก 10 หน่วยงาน ร่วมกันพิจารณาแผนการระบายน้ำของเขื่อน เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ภัยแล้ง และในสถานการณ์น้ำที่มีปริมาณน้ำหลาก ซึ่งปัจจุบัน จากที่หลายพื้นที่เริ่มประสบปัญหาภัยแล้ง แต่ประชาชนที่อยู่พื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง ยังมีน้ำเพื่อรองรับการเกษตรและการอุปโภค-บริโภคได้อีกจำนวนมาก จึงขอให้ประชาชนท้ายน้ำไม่ต้องวิตกกังวล เนื่องจากทั้งสองเขื่อนยังสามารถรองรับได้อีกมาก เขื่อนทั้ง 2 แห่ง มีสภาพมั่นคงแข็งแรง และมีการตรวจสอบ บำรุงรักษาตามมาตรฐานสากลตลอดเวลา 





พยากรณ์อากาศประจำวันที่ 17 ส.ค. 2555 เวลา 19.00 น.

              ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
ฉบับที่ 6 (176/2555)

เรื่อง พายุ"ไคตั๊ก"(KAI-TAK)

เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (17 ส.ค.55) พายุไต้ฝุ่น “ไคตั๊ก” (KAI-TAK) ได้เคลื่อนตัวลงสู่อ่าวตังเกี๋ยแล้ว โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 21.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.7 องศาตะวันออก ด้วยความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตกค่อนทางเหนือด้วยความเร็วประมาณ 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบนใกล้กับกรุงฮานอยในวันพรุ่งนี้ (18 ส.ค. 55) ซึ่งจะส่งผลให้ในช่วงวันที่ 17-19 สิงหาคม 2555 ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งโดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนจะมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือในระยะ 1-2 วันนี้

อนึ่ง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในเวลา 21.30 น.

พยากรณ์อากาศตั้งแต่เย็นวันนี้ (17 ส.ค.55) จนถึงเย็นวันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดเชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน และตาก

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรง บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลางมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี

ภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง กระบี่ ตรัง และสตูล ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร ส่วนบริเวณฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง

สภาวะระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพเรือ คำนวณโดยกรมอุทกศาสตร์
วันพรุ่งนี้ น้ำลงเต็มที่ เวลา 02.32 น. สูงว่าระดับทะเลปานกลาง 11 เซนติเมตร น้ำขึ้นเต็มที่เวลา 06.06 น.สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 47 เซนติเมตร

น้ำลงเต็มที่ เวลา 14.25 น. ต่ำกว่าระดับทะเลปานกลาง 99 เซนติเมตร น้ำขึ้นเต็มที่ เวลา 20.57 น. สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง 99 เซนติเมตร

วันพรุ่งนี้ ที่ผาชนะได อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 05.43 น.

กรุงเทพมหานคร ดวงอาทิตย์ขึ้นเวลา 06.05 น.





ข่าวอาชญากรรม



คนร้ายพลาดทำระเบิดใส่ร่างตัวเองเละ

             สืบเนื่องจากเมื่อค่ำของวันที่ 16 ส.ค.2555 กำลังเจ้าหน้าที่ทหารพราน ร้อย ทพ.4411 ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดในพื้นที่ อ.ปะนาเระ ปัตตานี จึงได้จัดกำลังเข้าตรวจสอบ แต่เนื่องจากเป็นเวลาค่ำมืด อาจจะเป็นกลลวงของคนร้าย จึงได้เตรียมการเข้าตรวจในวันนี้

ดังนั้นวันที่ 17 สิงหาคม พ.ต.อ.มานิตย์ ยิ้มซ้าย ผกก.สภ.ปะนาเระ พร้อมด้วยตำรวจพิสูจน์หลักฐานปัตตานี พร้อมกำลังตำรวจ และทหารพราน ร้อย ทพ.4411ฉก.ทพ.44 ได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิดที่บริเวณสวนมะพร้าว บ้านคลอง ม.2 ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

จากการเข้าตรวจในจุดที่ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดพบ หลุมระเบิด และศพชายไทย สภาพศพถูกแรงระเบิดร่างกายแหลกเหลวมีชิ้นส่วนกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ พบเพียงแต่ขาสองข้าง และชิ้นส่วนศีรษะ นอกจากนั้นพบชิ้นส่วนภาชนะบรรจุแก๊ส และสเก็ดระเบิด ,ชิ้นส่วนวิทยุสื่อสาร, แบตเตอรี่ขนาด 9 โวลต์, เหล็กเส้น โว่รถ จักรยานยนต์ กระจัดกระจายไปทั่ว

ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมหลักฐานต่างๆที่พบในที่เกิดเหตุ ทำการตรวจสอบ เพื่อเก็บสารพันธุกรรม DNA พิสูจน์ทราบตัวบุคคล ว่าเป็นใคร ขณะเดียวกันได้ประกาศบริเวณหมู่บ้านข้างเคียงว่ามีบุคคลสูญหายหรือไม่ 

ต่อมาเมื่อเวลา 16.30 น.วันเดียวกัน นายมือลี มะเซ็ง อายุ 60 ปี พร้อมด้วย ภรรยานางแอเสาะ บาเหะ อายุ 58 ปี มายื่นหลักฐานว่าเป็นลูกชายทราบชื่อผู้เสียชีวิต นายซะการียา มะเซ็ง อายุ 22 ปี เป็นนักเรียนโรงเรียนสถาบันปอเนาะแห่งหนึ่ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี และเผยว่า ลูกชายเรียนที่สถาบันปอเนาะไม่ได้กลับบ้าน ล่าสุดกลับบ้านช่วงก่อนถือศีลอด แล้วก็หายไป ส่วนคนทั้งสอง มีอาชีพ กรีดยางที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ไม่ค่อยได้กลับบ้านที่ปัตตานี มาทราบอีกครั้งมีเพื่อนของลูกชายที่เสียชีวิต แจ้งว่าลูกชายตายจึงมารับศพดังกล่าว ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นอยู่ในกลุ่มแนวร่วมเมื่อไหร่
ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่า ผู้เสียชีวิตน่าจะกำลังอุ้ม นำระเบิด เพื่อส่งให้เพื่อนที่จะมารับ เพื่อนำไปก่อเหตุที่อื่น แต่ขณะที่ผู้ตายกำลังนำมาจะให้เพื่อนก็เกิดลัดวงจรทำให้เกิดระเบิดเสียก่อนทำให้เสียชีวิตดังกล่าว




ตร.บุรีรัมย์ทยอยออกหมายจับ 15 รายทุจริตรับจำนำข้าว

               บุรีรัมย์ (17 ส.ค.55) ตำรวจเตรียมออกหมายจับผู้ทุจริตโครงการรับจำนำข้าว 5 คน เป็นเจ้าหน้าที่รัฐร่วมด้วย 1 คน พร้อมขยายผลสืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม และจัด ตร.คุมเข้มประจำจุดรับจำนำทุกจุดป้องกันทุจริตซ้ำรอย
พล.ต.ต.รัฐพงษ์ ยิ้มใหญ่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ความคืบหน้าคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554/55 อ.หนองกี่ มีเกษตรกรผู้เสียหาย 460 ราย เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังนำข้าวไปเข้าร่วมโครงการ แต่ไม่ได้รับใบประทวนจนถูกชะลอการจ่ายเงินนานกว่า 3 เดือน รวมเป็นเงินกว่า 45 ล้านบาทว่า หลังจากทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. ได้ส่งเรื่องกลับมาให้ทางตำรวจ สภ.หนองกี่ ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ดำเนินการสืบสวนสอบสวน ล่าสุดทางคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนที่ได้แต่งตั้งขึ้น โดยมีรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็นหัวหน้าชุด ได้ทำการรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติศาลออกหมายจับ ผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำทุจริตในเบื้องต้นจำนวน 5 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐร่วมด้วย 1 คน
"เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการขยายผลสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริตเพิ่มเติมอีก จากข้อมูลหลักฐานที่พนักงานสอบสวนส่งให้ ป.ป.ท.เชื่อว่าน่าจะมีผู้ร่วมกระทำทุจริตถึง 15 คน ส่วนมาตรการในการป้องกันการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2555/56 ที่จะเริ่มเปิดโครงการในวันที่ 1 ต.ค.นี้ จะจัดกำลังตำรวจเข้าไปร่วมในการควบคุมดูแลตรวจสอบ ประจำโรงสีที่เข้าร่วมโครงการทุกจุดๆละ 5 นาย ประกอบไปด้วยระดับรองผู้กำกับ 1 นาย สารวัตร 1 นาย และเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นประทวนอีก 3 นาย ไปจนสิ้นสุดโครงการรับจำนำ หากพบความผิดปกติก็ให้รายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบทันที เพื่อป้องกันการกระทำทุจริตซ้ำรอย" พล.ต.ต.รัฐพงษ์ กล่าว




ศาลฎีกาพิพากษากลับจำคุกหม่อมลูกปลา 7 ปีฆ่าท่านกบ

              ที่ห้องพิจารณา 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เวลา 10.00 น.วันที่ 17 ส.ค.2555 ศาลออกนั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาของศาลฎีกาคดีความผิดต่อชีวิตคดีดำ 6680/2540 คดีแดง 485/2545 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นางชลาศัย ยุคล หรือ หม่อมลูกปลา อายุ 40 ปีเป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น 

กรณีเมื่อวันที่ 21 ส.ค.2538 นางชลาศัย จำเลยได้บังอาจฆ่า หม่อมเจ้าฐิติพันธ์ ยุคล หรือท่านกบ ด้วยการผสมยาพิษ ซึ่งเป็นยาแมลงกลุ่มคาร์บอเมท ในถ้วยกาแฟให้ดื่ม จนสิ้นชีพิตักษัยสมดังเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่แขวงถนนนครชัยศรี เขตดุสิต เขตพญาไท กทม.เกี่ยวเนื่องกัน 

คดีนี้ศาลชั้นต้น เห็นว่า จำเลยกระทำผิด พิพากษาจำคุก 9 ปี คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาบ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 6 ปี 

จำเลยยื่นอุทธรณ์ ต่อสู้คดีขอให้ ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง อย่างไรก็ตามศาลอุทธรณ์พิเคราะห์คำเบิกความ และพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า โจทก์ไม่มีประจักษ์พยาน ชี้ให้เห็นได้ว่า จำเลย เป็นผู้ใส่ยาพิษ ในถ้วยกาแฟ ของผู้ตาย ประกอบกับ พยานบุคคลของฝ่ายโจทก์ที่เข้าเบิกความ ล้วนแต่มีพิรุธ น่าสงสัยมีน้ำหนักน้อย ส่วนคำรับสารภาพของ จำเลยในชั้นสอบสวน เป็นคำรับสารภาพที่ให้การโดยไม่สมัครใจ รวมทั้งภาพบันทึกทำแผนที่ประกอบคำรับสารภาพ พนักงานสอบสวนไม่ได้ดำเนินการตามความสมัครใจของจำเลย ล้วนแต่เป็นการเสกสรรปั้นแต่งขึ้น ทั้งพยานทั้งหมด ล้วนเป็นคนใกล้ชิดของผู้ตาย มีส่วนได้เสีย กับทรัพย์สินในกองมรดก อุทธรณ์จำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ยกฟ้อง 

อัยการโจทก์ยื่นฎีกา ขอให้ศาลฎีกา พิพากษาลงโทษจำเลยตามความผิดด้วย 

ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันโดยละเอียดเห็นว่า พยานโจทก์มีทั้งผู้เชี่ยวชาญเครื่องจับเท็จมาเบิกความยืนยันถึงการตั้งคำถามตรวจสอบพบว่า ผลจากเครื่องจับเท็จพบว่า ครั้งแรกจำเลยให้การเท็จ แต่ภายหลังก็ให้การรับสารภาพว่าใส่สารกำจัดแมลง ยี่ห้อไบกอน ซึ่งเป็นสารพิษกลุ่มคาร์บอเมท ซึ่งจำเลยหวังให้ผู้ตายทรงประชวรเข้าโรงพยาบาลต่อหน้าบุคคลอื่นที่ได้เป็นพยานในการขอยา เพื่อที่จำเลยจะไม่ต้องถูกทำร้ายเมื่อขอหย่า ซึ่งคำเบิกความของพยานโจทก์ยังสอดคล้องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ซึ่งเป็นชุดคณะสืบสวนสอบสวน นอกจากนี้โจทก์ยังมีพยานที่เป็นเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงที่จำเลยไปกราบขอโทษและยอมรับสารภาพผิด 

ศาลเห็นว่าพยานเหล่านี้ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีเหตุโกรธเคืองจำเลยมาก่อน รวมทั้งเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงที่จะให้การปรักปรำจำเลย รวมทั้งวีดิทัศน์ที่จำเลยนำชี้ที่เกิดเหตุวังอัศวินว่าจำเลยไม่เคยถูกบังคับ เป็นการรับสารภาพโดยสมัครใจ จึงฟังได้ว่าจำเลยเป็นผู้ใส่สารพิษลงในถ้วยกาแฟ แต่ไม่มีเจตนาที่จะฆ่าให้ถึงแก่ความตาย

พิพากษากลับให้จำคุกฐานทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุถึงแก่ความตาย ตามมาตรา 290 ประมวลกฎหมายอาญา จำคุก 7 ปี คำรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 4 ปี 8 เดือน





ข่าวการเมือง+ความมั่นคง



ครม.มอบ4กระทรวงเตรียมพร้อมสู่ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน

               ในการประชุม คณะรัฐมนตรีสัญจรอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ครม. รับทราบผลการประชุมเชิงปฏิบัติการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ปี 2558 ครั้งที่ 1 ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ศสช. เสนอเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเข้าสู่ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงกลาโหม กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงยุติธรรม
นอกจากนี้ได้เสนอผลกระทบเชิงลบที่สำคัญ เช่น เกิดปัญหาความมั่นคงและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ เช่น ปัญหายาเสพติดข้ามชาติ และการค้ามนุษย์ การขยายตัวของเมือง และการจัดการระบบสาธารณูปโภคให้เพียงพอ ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การเคลื่อนย้ายแรงงานโดยเสรี อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อความสงบสุขและความมั่นคงภายในประเทศ ปัญหาจากกลุ่มการก่อการร้ายและอาชญากรรมข้ามชาติ แสวงประโยชน์จากการเปิดและเคลื่อนย้ายเสรี ทำให้การป้องกันและปราบปรามมีความยุ่งยากและซับซ้อน
ผลกระทบเชิงบวกที่สำคัญ เช่น มีกลไกความร่วมมือในการสร้างสันติภาพและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่มีประสิทธิภาพ การขยายตัวของการค้าชายแดน และกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนเตรียมความพร้อมและพัฒนาตามกรอบอาเซียน
ส่วนประเด็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ เช่น สนับสนุนแนวคิดการจัดตั้งกองกำลังอาเซียนให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยเตรียมพร้อมทั้งกำลังพล งบประมาณ และการบริหารจัดการ การเพิ่มสมรรถนะในการจัดการพื้นที่ ส่งเสริมความเข้าใจและยอมรับในระบอบการเมืองการปกครองของประเทศในประชาคมอาเซียน ตลอดจนสนับสนุนการสร้างเครือข่าย และส่งเสริมธรรมาภิบาล พัฒนาบรรทัดฐานเพื่อสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันทางทหารและความมั่นคงอาเซียน โดยเฉพาะกำหนดแนวทางจัดการพื้นที่ชายแดน
หลังจากครม.รับทราบผลการประชุมดังกล่าวแล้วได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีไปดำเนินการโดยให้ สศช.บูรณาการผลการดำเนินงานของหน่วยงานและรายงานผลต่อ ครม.




นายก ฯ มอบคมนาคมขับเคลื่อนการเชื่อมโยงในภูมิภาคสู่ประชาคมอาเซียน

            ในการประชุม คณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2555 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้กำหนดกรอบเวลาให้หน่วยงานดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนสู่ประชาคมอาเซียน 3 เสาหลัก ในเรื่องการเชื่อมโยงในภูมิภาคอาเซียน ได้มอบหมายกระทรวงคมนาคมเป็นหน่วยงานหลัก โดยหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนพัฒนาศักยภาพป็นศูนย์กลางอาเซียนของไทยใน 3 เรื่อง ประกอบด้วย การขนส่ง การท่องเที่ยว รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพ การสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ให้พิจารณาในประเด็นเฉพาะควบคู่กันไปด้วยเช่น เรื่องการพัฒนาด่านศุลกากร ด่านตรวจคนเข้าเมือง และการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 3 สัปดาห์




สำนักนายก ฯ เป็นเจ้าภาพหลักสนับสนุนการขับเคลื่อน 3 เสาหลักประชาคมอาเซียน

              ในการประชุม คณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 6 เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 255๕ ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้กำหนดกรอบเวลาให้หน่วยงานดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนสู่ประชาคมอาเซียน 3 เสาหลัก โดยมอบหมายรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบการสนับสนุนการขับเคลื่อน 3 เสาหลักโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการปฏิบัติงานในภาครัฐและการศึกษา การจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลและให้คำปรึกษา ที่มีหลายภาษา จัดทำเว็บไซต์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ การสร้างภาพลักษณ์และอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของประเทศไทย การให้บริการด้านกฎหมาย พลังงานและไฟฟ้าซึ่งเป็นทั้งสินค้าและปัจจัยสนับสนุน รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาโดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 5 สัปดาห์





พบป่าโครงการพระดำริบางสะพานน้อยประจวบฯถูกบุกรุกนับพันไร่

               ทหารพราน พร้อม ทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านอำเภอบางสะพานน้อย จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบผืนป่าต้นน้ำของโครงการฟื้นฟูสภาพป่าอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เหนืออ่างเก็บน้ำหุบตาหวัดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ ต.บางสะพาน อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพุน้ำเค็ม ถูกนายทุน และนักการเมือง ชาวบ้านบุกรุกแผ้วถางเป็นพื้นที่กว้างกว่า 1,000 ไร่ ปลูกยางพารา ส่งผลกระทบให้อ่างเก็บน้ำในพื้นที่แห้งขอด

วันนี้(17 ส.ค.2555) ข้อมูลของฝ่ายความมั่นคงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พบว่าปัญหาป่าต้นน้ำในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ป่าต้นน้ำในอำเภอบางสะพาน และ อำเภอบางสะพานน้อย ยังคงมีการบุกรุกจากทั้งนายทุน กลุ่มการเมืองทั้งท้องถิ่น และระดับชาติ รวมไปถึงชาวบ้านเพื่อนำพื้นที่ปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งยางพารา และปาล์มน้ำมัน ซึ่งล่าสุดชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นำข้อมูลแจ้งต่อฝ่ายความมั่นคงเพื่อให้เข้ามาดำเนินการหยุดยั้งและยึดคืนผืนป่าต้นน้ำของ โครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีการบุกรุกกันอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนป่าต้นน้ำไม่หลงเหลือป่าให้เห็นในปัจจุบัน และยังส่งผลกระทบทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำเหือดแห้ง จนชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อน 

กระทั่งวันนี้ พ.ต.เฉลิมพล คุปตะวาทิน ผู้บังคับกองร้อยทหารพรานที่ 1403 นำกำลังทหารรพราน พร้อม ทหารหน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก ปลัดอำเภอบางสะพานน้อย ฝ่ายความมั่นคง ผู้ใหญ่บ้าน และ นายคงศักดิ์ มีแก้ว นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการพิเศษ ดูแลโครงการฟื้นฟูสภาพป่าเหนืออ่างเก็บน้ำหุบตาหวัด พร้อมชาวบ้านพากันเดินทางไปยังพื้นที่ป่าต้นน้ำของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพุน้ำเค็ม ซึ่งทันทีที่เจ้าหน้าที่ทหาร เดินขึ้นไปพบบนภูเขาถูกบุกรุกแผ้วถาง จนกลายเป็นภูเขาหัวโล้นหมดแล้ว และมีการนำกล้ายางลงปลูกในพื้นที่บุกรุก จนเกือบเต็มพื้นที่โครงการพระราชดำริ นอกจากนั้นยังตรวจพบกลุ่มที่เข้าบุกรุกพื้นที่ มาทำการเฉาะปล่องเพื่อเปิดป่าเตรียมเอากล้ายางบางส่วนที่เตรียมไว้ปลูกลงในพื้นที่บุกรุก และยังพบร่องรอยเพิงพัก ซึ่งทางทหารได้ทำการรื้อถอนออก 

อย่างไรก็ตามเมื่อทางเจ้าหน้าที่ทหารพราน และ ทหารชุดเฉพาะกิจจงอางศึก กองกำลังสุรสีห์ กระจายกำลังออกตรวจสอบพื้นที่แต่ไม่พบผู้กระทำความผิด ซึ่งหน้าจะหลบออกไปจากพื้นที่ก่อนกำลังเข้าไปถึง อีกทั้งยังพบว่าเมื่อขึ้นไปยืนอยู่บนยอดเขา ยังพบเห็นผืนป่าที่อยู่อีกฝั่ง มีการโค่นป่าเป็นบริเวณกว้าง ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าทีฝ่ายทหารที่เข้าตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่โครงการพระราชดำริ ระบุตรงกันว่าพื้นที่โครงการกว่า 1000 ไร่ และอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าพุน้ำเค็ม ถูกบุกรุกไปเกือบทั้งหมดในปัจจุบัน โดยชาวบ้านในพื้นที่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลปัญหาทรัพยากรธรรมชาติ ถูกทำลายจนส่งผลให้เกิดสภาพแห้งแล้งตามมา ชาวบ้านบอกด้วยว่าผืนป่าแถบนี้มีการขายกันในราคาไล่ละสองแสนถึงห้าแสนบาทต่อไร่ ขึ้นอยู่กับสภาพว่าต้นยางจะมีอายุกี่ปี หรือหากพื้นที่ยังไม่ได้ลงกล้ายางก็อาจขายกันในราคาไล่ละ 10,000-20,000 บาทต่อไร่ 
พ.ต.เฉลิมพล คุปตะวาทิน ผู้บังคับการกองร้อยทหารพรายที่ 1403 บอกว่า ขณะนี้ได้ประสานงานให้หน่วยงานป่าไม้ที่รับผิดชอบเข้าไปตรวจสอบ และรังวัดแนงเขตพื้นที่ป่าที่ถูกบุกรุก รวมไปถึงให้เข้าตรวสอบพื้นที่ป่าที่มีการโค่นใหม่ และเข้าแจ้งความดำเนินคดี เพื่อสืบหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไป สำหรับผืนป่าที่ยึดคืนวันนี้ ทางเจ้าหน้าที่โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะเข้าไปดำเนินการฟื้นฟูสภาพป่าต่อไป เพื่อให้กลับมาเป็นป่าต้นน้ำของอ.บางสะพานน้อย




ไก่อูยันสลายม็อบแดงไม่ใช้สไนเปอร์แค่เอ็ม16ติดกล้อง

               เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 17 ส.ค.2555 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก แถลงถึงกรณีที่พ.ต.อ.ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวน ออกมาเปิดเผยข้อเท็จจริงเหตุการณ์การสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ว่า ขอชี้แจงกรณีที่หัวหน้าชุดสอบสวนระบุว่า จะเรียกทหารสไนเปอร์ในภาพชุดมาสอบสวนนั้น ยืนยันว่า คลิปดังกล่าวเป็นภาพชุดของพลระวังป้องกันถืออาวุธประจำกายปืนเอ็ม 16 อยู่ในท่าตรวจการณ์ด้วยกล้องที่ติดอยู่กับตัวปืน ซึ่งเป็นอุปกรณ์ตามท้องตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านการมองเห็น ไม่ใช่อาวุธสไนเปอร์แต่อย่างใด 
พ.อ.สรรเสริญกล่าวต่อว่า กองทัพบกขอบคุณนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอที่เข้าใจความรู้สึกของกองทัพ แต่ในส่วนพ.ต.อ.ประเวศน์ ที่ระบุว่า ที่ผ่านมากองทัพไม่ได้ส่งข้อมูล หลักฐานที่ทหารอ้างว่า มีชายชุดดำทำร้ายเจ้าหน้าที่ทหาร และฆ่าประชาชน ทั้งนี้ภายหลังจากที่เหตุการณ์สิ้นสุดลง ทางกองทัพได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานที่เกี่ยวข้องส่งมอบให้พนักงานสอบสวนไปหมดแล้ว เช่น กรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารถืออาวุธประจำกายที่เรียกว่า พลระวังป้องกัน ซึ่งเหตุการณ์ขณะนั้นชุลมุนมีทั้งชายชุดดำและผู้ไม่หวังดีปะปนกับผู้ชุมนุมตลอด และใช้อาวุธยิงไปในสถานที่ต่างๆ สื่อมวลชนก็รับทราบ ขณะนั้นเราอธิบายชัดเจนว่า เจ้าหน้าที่เป็นพลระวังป้องกัน ไม่ได้มีจุดประสงค์ดักซุ่มยิง หรือทำร้ายใคร แต่มีหน้าที่ตรวจการณ์ป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีทำร้ายเจ้าหน้าที่ และประชาชน เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้จึงมีความจำเป็นต้องใช้อาวุธ




ข่าวประชาสัมพันธ์
ข่าวต่างประเทศ



ศาลอังกฤษไม่อนุญาตแพทย์ช่วยผู้ป่วยอัมพาตตายอย่างสงบ

              ชายอังกฤษวัย 58 ปีที่ป่วยเป็นอัมพาตร้องไห้ด้วยหัวใจสลาย เมื่อศาลสูงไม่อนุญาตให้แพทย์
ทำการุณยฆาตช่วยให้เขาพ้นทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย

เมื่อวานนี้ศาลสูงอังกฤษมีคำพิพากษาปฏิเสธคำร้องขอของนายโทนี นิคลินสัน ผู้ป่วยอัมพาต
ที่ขยับร่างกายตั้งแต่คอไม่ได้ ที่ต้องการให้มีการกระทำการุณยฆาต หรือการที่แพทย์ช่วยให้
ผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างสงบโดยถูกกฎหมาย และทันทีที่ทราบคำตัดสินนายนิคลินสันถึงกับร้องไห้
เหมือนจะขาดใจ 

นายนิคลินสัน คุณพ่อลูกสองในเมืองวิลต์ไชร์ มีอาการเส้นเลือดในสมองอุดตันขณะเดินทางไป
ติดต่อธุรกิจที่กรีซเมื่อ 7 ปีก่อน ทำให้เขาขยับร่างกายตั้งแต่คอลงไปไม่ได้ พูดไม่ได้ แต่สมองยัง
ทำงานได้ปกติและกระพริบตาได้ เขาสื่อสารกับคนอื่นได้ด้วยคอมพิวเตอร์โดยอาศัยการกระพริบตา
และขยับศีรษะ 

เขาพยายามต่อสู้ทางกฎหมายมานาน 2 ปีแล้วเพื่อโน้มน้าวให้ผู้พิพากษาศาลสูงอนุญาตให้แพทย์
ช่วยทำให้เขาเสียชีวิตได้ โดยได้รับสิทธิคุ้มครองทางกฎหมาย

แต่ผู้พิพากษาบอกว่า มีเพียงรัฐสภาเท่านั้นที่จะแก้ไขกฎหมายให้สามารถทำได้ และแม้แพทย์ช่วย
ให้เขาตายไม่ได้ แต่เขายังมีทางเลือกที่จะตายได้ด้วยการอดอาหาร

นิคลินสัน บอกผ่านคอมพิวเตอร์ว่า เขารู้สึกใจสลายกับคำตัดสิน มันไม่ใช่สิ่งที่เขาหวังอยากให้เป็น 
เขาหวังว่าผู้พิพากษาจะรับฟังเหตุผลที่เขาไม่ต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไปและปล่อยให้เขาตายอย่างมี
ศักดิ์ศรี และเจน ภรรยาของเขา บอกว่า ทางครอบครัวจะยื่นอุทธรณ์ นิคลินสัน บอกด้วยว่า เขา
อาจจบชีวิตตัวเองในปีหรือสองปีก็ได้ แต่เขาอยากต่อสู้เพื่อสิทธิที่จะตายอย่างมีศักดิ์ศรีในเวลา
ที่เขาเลือกเอง 
ส่วนลูกสาวสองคนได้ทวีตข้อความแทนพ่อ เรียกร้องให้ผู้คนร่วมลงชื่อสนับสนุนสิทธิในการตาย
อย่างมีศักดิ์ศรี และภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง มีคนเข้าไปลงชื่อสนับสนุนกว่า 2,200 คน ปัจจุบัน
มีผู้ติดตามทวิตเตอร์เขามากถึงกว่า 40,000 คน




ญี่ปุ่นเตรียมขอให้เกาหลีใต้ขึ้นศาลโลกเพื่อพิจารณาการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือหมู่เกาะดอกโด

            ญี่ปุ่นระบุในวันนี้ว่า ต้องการให้เกาหลีใต้ขึ้นศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ หรือศาลโลก เพื่อให้ศาลตัดสินเกี่ยวกับการที่เกาหลีใต้อ้างสิทธิ์เหนือหมู่เกาะทาเคชิมะ หรือหมู่เกาะดอกโด ญี่ปุ่นเปิดเผยอีกว่า กำลังทบทวนข้อตกลงการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างทั้ง 2 ประเทศ และยกเลิกการเยือนเกาหลีใต้ของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของญี่ปุ่น




ตำรวจออสเตรเลียสอบสวนบัตรเครดิตที่ถูกโจรกรรมไป 500,000 บัญชี

                เจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลียเปิดเผยในวันนี้ว่า พวกเขากำลังสอบสวนกรณีที่มีการโจรกรรมบัตรเครดิตจากบัญชีผู้ถือบัตรประมาณ 500,000 ราย ซึ่งส่งผลให้มีการทำธุรกรรมอำพรางผ่านบัตรเครดิตดังกล่าวเป็นมูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 26 ล้าน 2 แสนดอลลาร์สหรัฐหรืประมาณ 812 ล้านบาท




ตำรวจแอฟริกาใต้สลายการชุมนุมประท้วงของคนงานเหมืองทองคำขาวในแอฟริกาใต้ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 36 คน

               
สหภาพคนงานเหมืองแร่แห่งชาติ อันทรงอิทธิพลของแอฟริกาใต้ เปิดเผยในวันนี้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแอฟริการใต้ได้สลายการชุมนุมของคนงานเหมืองทองคำลอนนิมที่ติดอาวุธในเมืองมาริกานา ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแอฟริกาใต้ ที่รวมตัวกันผละงานประท้วงอย่างผิดกฎหมาย ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 36 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกหลายคน




เกาหลีเหนือมีความสามารถที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้มากถึง 48 ลูก

              สถาบันวิทยาศาสตร์และความมั่นคงนานาชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานคลังสมองของสหรัฐ ระบุเมื่อวานนี้ว่า เกาหลีเหนือมีความสามารถที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ได้มากถึง 48 ลูก ซึ่งมากกว่าที่เกาหลีเหนือมีอยู่ในขณะนี้หลายเท่า หากประเทศคอมมิวนิสต์แห่งนี้เดินหน้าเร่งพัฒนาโครงการนิวเคลียร์โดยไม่มีการตรวจสอบจากนานาชาติ
หลายฝ่ายเชื่อว่าเกาหลีเหนือ ซึ่งได้ทำการทดลองทางด้านอาวุธนิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในปี 2549 ที่ผ่านมา มีขีดความสามารถในขณะนี้ที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์จำนวนระหว่าง 6 ถึง 18 ลูกได้ ผ่านโครงการพัฒนาพลูโตเนียม แต่ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกาหลีเหนือจะมีวิธีการในการดำเนินการดังกล่าวหรือไม่





นักวิทยาศาสตร์เยอรมนีคิดค้นโปรเจกเตอร์ขนาดจิ๋ว

                นักวิทยาศาสตร์เยอรมนีคิดค้นโปรเจกเตอร์ขนาดจิ๋วที่คาดว่าจะเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ติดตั้งอยู่ในโทรศัพท์สมาทโฟนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ โปรเจกเตอร์ขนาดเล็กรุ่นใหม่ที่พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์ของเยอรมนีนั้นมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าโปรเจกเตอร์ขนาดจิ๋วที่มีอยู่ในท้องตลาดขณะนี้ เพราะมันจะมีขนาดเล็กกว่า ให้ภาพที่คมชัด และยังฉลาดมากกว่าด้วย โปรเจกเตอร์จิ๋วรุ่นใหม่มีความหนาเพียงไม่กี่มิลลิเมตรและกว้าง 2 เซนติเมตร และนักวิทยาศาสตร์ที่ออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากตาของแมลง





ไต้หวันกับจีนเชื่อมสายเคเบิ้ลใต้ทะเลต่อกันเป็นครั้งแรก

               สายเคเบิ้ลเพื่อการโทรคมนาคมที่เชื่อมไต้หวันเข้ากับจีนได้เสร็จสิ้นลงแล้วท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เป็นไปในทางที่ดีขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่ายโดยสายเคเบิ้ลดังกล่าวจะเชื่อมจะเมืองเซี๊ยะเหมินในภาคใต้ของจีนกับกลุ่มเกาะคินเหมินของไต้หวันเข้าด้วยกันและจะมีการเปิดสายเคเบิ้ลดังกล่าวใช้ในวันอังคารที่จะถึงนี้





















Thairadiofm1063